ารขึ้นชื่อของชวนจงที่ถูกต้องตามต้นตำรับที่สุดคือหอซีหวา” เขามองท่าทางการกินอาหารของหลินชิงเวยและพูดว่า “ดูท่าแล้วฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวคนนี้น่าจะถูกใจเจ้า เห็นเจ้ากินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้ ข้าแค่มองก็ยังต้องกลืนน้ำลายอย่างทนไม่ได้”
หลินชิงเวยตวัดสายตามองเขา เอาเถิดเห็นแก่อาหารเสฉวนมื้อนี้ที่ถูกใจนาง นางเก็บความไม่พึงพอใจต่อเขาเอาไว้ชั่วคราวก่อน “ข้าว่าท่านไม่เชิญมาเร็วกว่านี้และช้ากว่านี้ กลับเชิญพ่อครัวมีชื่อมาในวันที่ตนเองบาดเจ็บ ไม่ใช่ทำตัวเองหรือไร?”
เซียวอี้กล่าวอย่างขมขื่น “จากชวนจงมาถึงเมืองหลวงระยะทางนับพันลี้ ต่อให้ข้าวางแผนได้ยิ่งกว่าเทพเซียน ก็มิอาจคาดเดาได้ว่าพวกเขาจะมาถึงเมืองหลวงเมื่อใด? วันนี้เจ้าเป็นแขกผู้มีเกียรติของจวนข้า ย่อมต้องนำมารับรองเจ้า” เห็นหลินชิงเวยกินอย่างมีความสุข เซียวอี้จึงลองถามว่า “ในเมื่อเวยเวยชื่นชอบเช่นนี้ ไม่สู้พำนักอยู่ในจวนหลายวันสักหน่อย?”
หลินชิงเวยไม่พูดจา นางกำลังต่อสู้กับปูตัวใหญ่ในมือ รสชาติของหมาล่าทำให้นางได้แต่สูดปากกินอย่างติดลม จึงไม่มีเวลาจะมาตอบคำถามของเซียวอี้
เซียวจิ่นให้นางลาพักเป็นเวลาหลายวัน นางสามารถท่องเที่ยวอยู่นอกวังได้สองวัน หากอาหารในจวนเซี่ยนอ๋องจะดีถึงเพียงนี้…
เซียวอี้หรี่ตายิ้มๆ มองท่าทีครุ่นคิดของหลินชิงเวย เขาคิดว่าหลินชิงเวยอ่อนไหวแล้ว หากตนเองค่อยๆ โน้มน้าวนางอีกสักครู่มาตรว่านางคงตอบตกลง
ทว่าในเวลานี้เองพ่