อบ้านกลับเดินเข้ามาทำลายบรรยากาศ เขาถวายคำนับและรายงานว่า “ท่านอ๋อง เซ่อเจิ้งอ๋องเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยกินปูหมดไปหนึ่งตัว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเซียวเยี่ยนเดินเข้าประตูใหญ่ของจวนอ๋องมา กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ แสงไฟสีเหลืองสลัวๆ จากโคมไฟที่แขนอยู่บนกิ่งไม้ ท่ามกลางใบไม้อันหนาแน่น ทำให้รูปร่างร่างหน้าตาของเขาหล่อเหลาคมสันไม่สามัญ แขนเสื้อของเขาสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์และความรู้สึก ท่วงท่าการเดินเหินดูสูงศักดิ์สง่างาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาเรียวยาวรูปหงส์อันเย็นชาที่อยู่บนใบหน้าคมสันนั้น
เซียวเยี่ยนเดินขึ้นบันไดมาหลายก้าว จากนั้นเดินเข้ามาในลานเรือน แสงสว่างภายในลานเรือนชัดเจนกว่าหลายส่วน ทว่าเมื่อเขาก้าวเข้ามานาทีนั้นราวกับทั้งลานเรือนกลับดูมืดมนจืดชืดไปทันใด
หลินชิงเวยพูดขึ้นทั้งที่ปากมันเยิ้มว่า “ยามนี้เสด็จอามาแล้ว ดูเหมือนข้าไม่อาจตอบรับหรือปฏิเสธด้วยตนเอง”
เซียวอี้รู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง เขาพูดกับเซียวเยี่ยน “เซ่อเจิ้งอ๋องราชกิจรัดตัว เป็นเพราะดูแคลนจวนอันต่ำต้อยของข้าหรือ ไฉนวันนี้จึงมาที่นี่ได้?”
สายตาของเซียวเยี่ยนตกลงบนร่างของหลินชิงเวย เขาพูดกับเซี้ยวอี้เรียบๆ “เปิ่นหวางได้รับบัญชาจากฝ่าบาท ให้มารับหลินเจาอี๋กลับวัง”
หลินชิงเวยได้ยินแล้วกลับหรี่ตาลงเหมือนแมวตัวน้อยที่กำลังย่องเบา เซียวจิ่นเพิ่งจะอนุญาตให้ตนลาพัก ไยจึงให้เซียวเยี่ยนมารับนาง ชัดเจนเหลื