เหตุมาจากความเหน็ดเหนื่อย ใบหน้ากลมที่มีเนื้อหนังกลับแปรเปลี่ยนเป็นคางแหลมจนเห็นได้ชัด หลินชิงเวยใช้เวลาไปกับการนอนหลับไปสองวันจึงนับได้ว่าคืนความกระปรี้กระเปร่ากลับมาจากช่วงที่แล้วได้บ้าง
หลินชิงเวยให้ขันทีไปลากรถเข็นมาคันหนึ่ง แล้วช่วยกันนำน้ำหมักสมุนไพรไหนั้นย้ายไปบนรถเข็น อีกสักครู่เตรียมจะลากไปยังตำหนักซวี่หยาง หลินชิงเวยคิดจะแวะไปดูซินหรูสักหน่อยก่อนที่จะไปตำหนักซวี่หยาง
ไหนเลยคิดว่ายังเดินไปไม่ถึงประตูห้องของวินหรูก็พบนางกำนัลวิ่งหกล้มหกลุกออกมา หลินชิงเวยถามขึ้นว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
สีหน้ายินดีบนใบหน้านางกำนัลชัดเจนยิ่งนัก หลินชิงเวยผ่อนคลายลงเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องถามนางอีกแต่ผลักประตูเดินเข้าไปด้านใน
กลิ่นยาภายในห้องค่อนข้างฉุนสักหน่อย หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นซินหรูที่นอนอยู่บนเตียงเสมอกำลังลุกขึ้นมานั่ง สีหน้าของนางยังคงซีดขาวอยู่บ้าง คนทั้งคนดูผ่ายผอมกว่าช่วงก่อนมากมายนัก นางกำลังประคองถ้วยใบหนึ่งอยู่ในมือ ในถ้วยนั้นมียาและอาหารเหลวผสมอยู่ด้วยกัน นางกำลังฝืนใจดื่มลงไป
ดื่มไปสองคำ ซินหรูเงยหน้าขึ้นมองหลินชิงเวยที่ยืนอยู่หน้าประตูจึงยิ้มให้นางอย่างอ่อนแรงและพูดยิ้มๆ ว่า “พี่สาว ไฉนยานี้จึงขมเช่นนี้เจ้าคะ”
หลินชิงเวยพลันรู้สึกว่านางและซินหรูนับได้ว่าอดทนอดกลั้นจนความลำบากยากเข็ญได้ผ่านพ้นไปแล้ว กระทั่งแสงตะวันอันอบอุ่นด้านนอก เสียงนกและแมลงที่ร้องไม่หยุดตั้งแต่เช้