ยี่ยนกลับรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อย เขาพูดว่า “หากข้าไม่มา เจ้าคิดจะพำนักที่จวนเซี่ยนอ๋องจริงๆ หรือไร?”
หลินชิงเวยไม่ได้ตอบคำถามของเขา เขาหันกลับมาเห็นหลินชิงเวยยังยืนอยู่ที่เดิม ในมือกำลังนับเงินค่ารักษาที่ได้รับมาจากจวนเซี่ยนอ๋อง นางเพิ่งจะเริ่มนับ หลินชิงเวยนับไปพร้อมกับพูดไปด้วยว่า “มีให้กิน มีเงินให้หาอีก ทำไมจะไม่เล่า?” นับแล้วนางยื่นให้เซียวเยี่ยนครึ่งหนึ่ง “มา ข้าเป็นคนรักษาคำพูด นี่คือครึ่งหนึ่งของท่าน”
เซียวเยี่ยนก้มลงมอง จากนั้นรับมาทั้งสีหน้าเย็นชา เขายัดเงินถุงนั้นเข้าในอกเสื้อ
หลินชิงเวยพูดขึ้นอีกว่า “ท่านอา เงินท่านก็รับไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำหน้าตาบูดบึ้งเช่นนี้กระมัง อีกทั้งข้ารู้ว่าท่านต้องมานี่นา ต่อให้อาหารในจวนเซี่ยนอ๋องจะอร่อยกว่านี้ เขาจะมีเงินมากกว่านี้ ข้าก็มิอาจค้างคืนอยู่นอกวังถูกหรือไม่? เมื่อสักครู่หยอกล้อท่านเท่านั้น”
หลินชิงเวยเดินตามมาจนทันเซียวเยี่ยน สีหน้าของเซียวเยี่ยนผ่อนคลายลงมาไม่น้อยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เซียวเยี่ยนพูดขึ้นเรียบๆ “เจ้าขยันหาเงินเช่นนี้ เพื่ออันใดกัน”
หลินชิงเวยไม่คิดเช่นนั้น “อย่างไรคนบนท้องถนนก็ไม่ได้รู้จักพวกเรา ท่านก็จับมือข้าสักครู่เถิด ที่จริงท่านก็อยากจับมือข้าใช่หรือไม่?”
ที่จริงเป็นเรื่องไม่ง่ายดายนักที่จะได้วันหยุดหลายวัน หลินชิงเวยอยู่นอกวังเพียงแค่หนึ่งวันก็ถูกหิ้วตัวกลับวังเสียแล้ว ระยะนี้นางเงื่องหงอยลงมากด้วยมีสา