หลินชิงเวยไม่มีเวลาหยอกล้อเซียวเยี่ยน หลังจากใช้เข็มเงินฝังเพื่อบีบให้เซียวอี้เขากระอักโลหิตเป็นพิษออกมา เห็นเซียวอี้ผ่อนคลายลงทว่าสภาพร่างกายและสีหน้าไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าใดนัก
หลินชิงเวยคิดในใจว่าจู๋กุ้ยเหรินสามารถทำให้เซียวอี้ต้องพิษขณะที่ตนเองตายได้นั้นมิใช่การเว้นช่วง ต่อให้เก่งกาจกว่านี้ก็ต้องมีพาหะตัวนำที่ส่งต่อพิษนั้น แต่เท่าที่หลินชิงเวยรู้เซียวอี้ไม่ได้เข้าวังเป็นเวลานานแล้ว ภายในวังหลวงเกิดเรื่องมากมายเช่นนี้ จู๋กุ้ยเหรินมัวแต่ยุ่งกับตนเองไหนเลยจะมีเวลามานัดพบกับเขา
หากพูดเช่นนี้ พิษของจู๋กุ้ยเหรินที่ปลูกถ่ายไว้ในร่างกายของเซียวอี้ได้ฝังรากอยู่เนิ่นนานแล้ว จู๋กุ้ยเหรินถนัดการใช้หนอนแมลงมีพิษ ไม่แน่ว่าหนอนชนิดนี้อาจจะเป็นอีกชนิดหนึ่ง จู๋กุ้ยเหรินผู้นั้นช่างทุ่มเทจิตใจยิ่งนัก ทันทีที่ตนเองตายลงหนอนในร่างกายของเซียวอี้ก็กลายเป็นพิษร้ายแรงชนิดหนึ่ง
ดังนั้นหากต้องการรักษาเซียวอี้ให้หายขาด จำเป็นต้องหาพาหะที่เป็นตัวนำพิษในร่างกายออกมาให้ได้
เซียวอี้เองก็กล่าวว่า “พิษชนิดนี้แปลกนัก ข้าเคยขับพิษออกมาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนในร่างกายของจะมีแหล่งกำเนิดของพิษ มันขยายพิษออกมาไม่หยุด” เขาหัวเราะเสียงขื่น “มาถึงบัดนี้ข้าไม่อาจเดินลมปราณได้อีกแล้ว”
“นี่คงจะเป็นกรรมที่ตามสนองกระมัง” หลินชิงเวยไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขาก็พูดอย่างไม่เกรงใจ “ยามปกติทำบาปทำกรรมไว้มากเกินไปจึงเป็นเช่นนี้”
เซียวอี้ยั