งมีเรี่ยวแรงต่อปากต่อคำกับนาง เขาพูดเสียงเบาว่า เวยเวย เจ้าจะสงบปากสงบคำเพื่อสร้างบุญกุศลสักหน่อยไม่ได้หรือไร”
หลินชิงเวยขมวดคิ้ว “บุญกุศลอาศัยเพียงปากพูดได้อย่างไรกัน ข้าช่วยชีวิตเซี่ยนอ๋องครั้งหนึ่ง มิใช่เป็นการสร้างบุญกุศลหรือไร”
เซียวอี้ไม่โต้เถียงกับนางอีก
หลินชิงเวยพูดอีกว่า “มีวิธีการขับพิษชนิดรวดเร็วและช้า ท่านอ๋องเลือกชนิดใด”
“ยังต้องพูดอีกหรือ ย่อมต้องเป็นวิธีรวดเร็ว”
“อ้อ” หลินชิงเวยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นกัน นางยกมีดเล่มบางในมือขึ้นกรีดลงไปบนข้อมือโดยไม่ให้โอกาสเซียวอี้เตรียมตัว แล้วใช้ภาชนะที่ทำด้วยกระเบื้องมารองรับเลือดที่ปนเปด้วยพิษสีดำคล้ำที่ไหลออกมาจากข้อมือของเขา นางพูดเรียบๆ ว่า “ข้าจะนำเลือดมีพิษนี้ไปวิเคราะห์ดู ค่อยๆ เพิ่มโอสถทีละชนิดเพื่อปรุงยาถอนพิษของมัน เพียงแต่ต้องใช้เวลาหลายวัน ในเมื่อท่านอ๋องเลือกวิธีการที่รวดเร็วที่สุด เช่นนั้นข้าก็จะไม่ฝืนใจท่าน วิธีการที่รวดเร็วที่สุดก็คือวิธีการใช้พิษถอนพิษ”
พูดแล้วก็ไม่ต้องรอให้เซียวอี้ตั้งตัวติด เพียงเห็นว่าข้อมือของตนเองเย็นวาบก็มีงูลวดลายสีเขียวตัวเล็กตัวหนึ่งพันอยู่บนข้อมือของเขา มันอ้าปากฝังเขี้ยวอันแหลมคมของมันลงบันบาดแผลของเซียวอี้ทันที
เซียวอี้ถึงกับสูดปากร้องขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ส่งผ่านเข้ามาในความรู้สึก ด้วยพิษกำลังกระจายเข้าสู่ร่าง ร่างของเขากระตุกอย่างมิอาจควบคุมได้ หลินชิงเวยมองด