้าหลินชิงเวย “ขอร้องเจ้า ช่วยท่านอ๋องด้วย”
หลินชิงเวยเก็บงำรอยยิ้มบนใบหน้าของตน นางก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลินเสวี่ยหรงแล้วมองนาง จากนั้นยื่นปลายนิ้วออกไปนิ้วหนึ่งเชยคางของนางขึ้นมา หลินเสวี่ยหรงถูกบังคับให้เงยหน้า ดวงตาของนางฉาบไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ หลินชิงเวยเลิกคิ้วพูดว่า “ยามนี้เห็นเจ้าไร้หนทางต่อสู้เช่นนี้ ช่างหมดความน่าสนใจนัก”
เซียวเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นเรียบๆ “พอสมควรแล้วก็เข้าไปเถิด”
หลินชิงเวยเดินผ่านร่างของหลินเสวี่ยหรง ราวกับมองไม่เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลพรากลงบนใบหน้างดงามรูปไข่อย่างน่าเวทนา นางและเซียวเยี่ยนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่เข้าไปในจวนเซี่ยนอ๋อง ตรงไปถึงห้องนอนที่เซียวอี้นอนอยู่
สีหน้าของเซียวอี้เขียวคล้ำ จุดอิ่นถังเป็นสีดำคล้ำ ริมฝีปากเป็นสีม่วง ชัดเจนยิ่งนักว่าเป็นอาการของผู้ต้องพิษ ว่ากันตามเหตุผลแล้วเขาน่าจะทนได้อีกไม่นาน แต่บัดนี้กลับยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย ตัวเซียวอี้เองมีวรยุทธ์ปกป้องร่างกายของตนอยู่แต่เดิม อีกทั้งในจวนยังสมุนไพรชั้นเลิศและโสมล้ำค่าไม่สามัญให้เขาต่อชีวิตได้ชั่วคราวเขาจึงสามารถอยู่มาถึงตอนนี้ได้
คนทั้งสองเข้ามาแล้ว เซียวอี้เผยอเปลือกตาขึ้นมาอย่างอ่อนล้า เมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาเบื้องหน้าจึงค่อยๆ ปิดตาลง ริมฝีปากคล้ายมีคล้ายไม่มีรอยยิ้ม พูดอย่างขมขื่นว่า “ทั้งสองท่านมาส่งข้าเป็นครั้งสุดท้ายใช่หรือไม่” แม้ปากจะพูดเช่น