้นอีกเลย คนในจวนอ๋องต่างตื่นตระหนกตกใจรีบไปเชิญท่านหมอมา ทันทีที่ตรวจดูอาการแล้วก็รู้ว่าเกินกำลังความสามารถที่จะรักษาได้ คนในจวนอ๋องจึงส่งคนเข้าวังมากราบทูลฮ่องเต้ ทว่าประตูวังหลวงนั้นถูกเซียวเยี่ยนป้องกันเอาไว้แต่แรกแล้ว
หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของเซียวจิ่น ย่อมต้องเป็นโอกาสอันดีงามที่จะถอนรากถอนโคนเซียวอี้อย่างมิต้องสงสัย
เซียวเยี่ยนพาหลินชิงเวยออกจากวังกลางดึกรีบเดินทางไปยังจวนเซี่ยนอ๋อง
จวนเซี่ยนอ๋องตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง ยามนี้เวลายังไม่ดึกมาก ตลาดนัดกลางคืนเพิ่งจะเริ่มต้น แม้จะไม่ได้คึกคักเช่นค่ำคืนในวันเทศกาลซ่างซื่อ แต่บนถนนก็มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างครึกครื้น
ยามนี้ภายในจวนเซี่ยนอ๋องสว่างไสวไปด้วยโคมไฟ คนในจวนต่างร้อนใจด้วยพวกเขาคิดไม่ถึงว่าคนของจวนอ๋องที่ไปเชิญหมอหลวงกลับถูกขัดขวาง
เมื่อหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของจวนอ๋อง องครักษ์ยังไม่ทันได้เข้าไปรายงานก็มีสตรีนางหนึ่งเดินมาราวกับมีลมหมุนใต้เท้ามายังประตูใหญ่ นางเดินไปพร้อมกับด่าทอด้วยโทสะ “ข้าเข้าวังไปเชิญหมอหลวงด้วยตัวเอง ท่านอ๋องเป็นชินอ๋อง หรือพวกเขายังคิดจะวางแผนสังหารชินอ๋อง! ถึงกับกล้าขัดขวางไม่ให้คนของจวนอ๋องเข้าวัง ช่างบังอาจนัก!”
แต่นางคาดไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงประตูจะถูกคนขัดขวางทางเดิน นางจึงอดที่จะเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึงไม่ได้
ยามนี้หลินชิงเวยก็มองเห็นหน้าตาท่าทางนางได้ชัดเจนแล้วเช่นก