เซียวเยี่ยนชะงักงัน เขาหันไปมองเงาร่างด้านหลังของหลินชิงเวยด้วยสายตานิ่งลึก หลินชิงเวยพูดทั้งๆ ที่ไม่ได้หยุดเดิน “กล่าวโทษเสด็จอาไม่ได้เช่นกัน ฮ่องเต้เดิมก็เป็นคนจิตใจอ่อนไหวคนหนึ่ง รอให้เซี่ยนอ๋องป่วยหนักเสด็จอาไม่ต้องบอกกล่าวฮ่องเต้และไม่ต้องทำให้ผู้คนแตกตื่น ถึงเวลานั้นให้ข้าไปรักษาเซี่ยนอ๋องก็พอ”
เซียวเยี่ยนพูดไม่ออกว่าในใจเขารู้สึกอย่างอย่างไร แต่เขารู้ดีว่าจิตใจของสตรีผู้นี้มีเขาอยู่ ทุกอย่างที่นางคิดพิจารณาล้วนทำเพื่อเขา
คนทั้งสองมาอย่างผู้เชี่ยวชาญและกลับไปอย่างเงียบเชียบ พวกเขากลับไปถึงตำหนักซวี่หยางเป็นเวลาใกล้เที่ยงซึ่งเป็นเวลาพระกระยาหารเที่ยงขึ้นโต๊ะเสวย
เซียวจิ่นกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยพวกเขากลับมา ทันทีที่เห็นหลินชิงเวยก้าวเข้ามาในตำหนักบรรทมของตน ใบหน้าของเขาพลันสว่างสดใสและอบอุ่นขึ้นมาทันที “เสด็จอา ชิงเวย พวกท่านกลับมาแล้วหรือ เจิ้นยังคิดว่าพวกท่านจะกลับมาหลังอาหารมื้อเที่ยงเสียแล้ว”
สีหน้าของหลินชิงเวยเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและอิดโรย นางคลี่ยิ้มบางๆ “จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ มิใช่รับปากฝ่าบาทแล้วว่าจะกลับมากินอาหารเที่ยงพร้อมพระองค์หรือ อีกทั้งระหว่างทางกลับมาหม่อมฉันก็หิวจะแย่แล้ว”
เหล่านางกำนัลเดินเข้ามาเป็นแถวราวกับฝูงปลาเพื่อนำพระกระยาหารจากห้องเครื่องขึ้นโต๊ะเสวย ภาชนะใส่อาหารล้วนเป็นเงินและทองอีกทั้งจัดตกแต่งประดับประดาอย่างพิถีพิถัน อาหารที่อยู่ในนั้นล้วนเป