ปลายนิ้วของนางยังมีบาดแผลอยู่บาดแผลหนึ่ง เป็นปลายนิ้วที่ถูกสายพิณที่ขาดทำให้บาดเจ็บ
จู๋กุ้ยเหรินตื่นตระหนกเล็กน้อย นางถลึงตาใส่หลินชิงเวย “ท่านคิดจะทำอันใด?”
“เจ้าว่าข้าคิดจะทำอันใดเล่า?” หลินชิงเวยยกยิ้มมุมปาก ทางหนึ่งมองนางด้วยหางตา อีกทางหนึ่งส่งยิ้มชั่วร้ายให้กับนาง “ข้ารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เมื่อเจ้าควบคุมให้หนอนกลืนกินวิญญาณชอนไชเข้าไปในร่างกายของตนเองจะให้ผลลัพธ์อย่างไร นี่เป็นหนอนกลืนกินวิญญาณที่เติบโตแล้วตัวหนึ่ง คงจะไม่เสียเวลาอยู่ในร่างกายของเจ้านานนักก็ตรงเข้าไปชอนไชเข้าสู่สมองของเจ้ากระมัง”
จู๋กุ้ยเหรินได้ยินเช่นนั้นสีหน้าเผือดขาวทันที ในฐานะที่นางเป็นแม่มดหนอนกู่ อีกทั้งหนอนกลืนกินวิญญาณยังมีพลังจิตของนางอยู่ด้วย หากมันชอนไชเข้าไปในร่างกายของนางผลลัพธ์นั้นร้ายแรงจนไม่อาจคาดเดาได้
จู๋กุ้ยเหรินดิ้นรนต่อสู้อย่างหนัก จนใจที่หลินชิงเวยดูแล้วเหมือนร่างเล็กแบบบาง ทว่าเรี่ยวแรงที่มีกลับมหาศาลจนน่าตกใจส่งผลให้นางดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด
รอยยิ้มของหลินชิงเวยกดลึกขึ้นอีก นางหันไปเลิกคิ้วให้กับหนอนกลืนกินวิญญาณตัวนั้น “เจ้าดูสิ มันดูเหมือนจะชอบร่างกายของผู้เป็นนายมากทีเดียว กำลังเลื้อยมาตามกลิ่นหอมที่มันได้กลิ่น”
“หลินเจาอี๋!” ท่าทีไม่สะทกสะท้านต่อคำปรามาสของจู๋กุ้ยเหรินพลันอันตรธานไปสิ้น กลายเป็นคร่ำครวญขึ้นมา “ข้าไม่มีความแค้นอันใดต่อเจ้า เจ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้!”
หลินชิงเวยก