ส่วนนางกำนัลที่อยู่ด้านนอกพลันหมดสิ้นเรี่ยวแรงในการต่อสู้ นางหายใจรวยรินเหมือนแม่ไก่ที่พ่ายแพ้ถูกเซียวเยี่ยนบีบคอแล้วสะบัดมือกระเด็นไปชนกับกำแพง ร่างของนางยังไม่ทันได้ไถลลงมากับแนวกำแพง เซียวเยี่ยนก็ยกมือขึ้นส่งมีดสั้นสองเล่มของนางกำนัลผู้นั้นพุ่งออกไป มีดสั้นทั้งคู่แยกกันไปตอกตรึงข้อมือของนางกำนัลไว้กับกำแพงอย่างมั่นคงราวกับตอกตะปู
เซียวเยี่ยนหันกายสะบัดชายอาภรณ์มองหลินชิงเวยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “ไม่ได้รับบาดเจ็บ?”
หลินชิงเวยได้สติกลับมาจากการตื่นตะลึง นางลุกขึ้นพูดกับเขาว่า “ท่านดูข้าเหมือนได้รับบาดเจ็บหรือ? จู่ๆ นางก็หมดสิ้นเรี่ยวแรง ท่านต้องขอบคุณข้า”
เซียวเยี่ยนกระจ่างแจ้งเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงบรรเลงพิณจากข้างในห้องพลันหยุดลงโลกทั้งใบจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เซียวเยี่ยนเอ่ยขึ้นว่า “หากไม่มีเจ้าช่วยเหลือ อย่างมากก็เพียงแค่ต้องเสียเรี่ยวแรงและเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น”
หลินชิงเวยลูบจมูกกล่าวอย่างเห็นขันว่า “ไม่ยอมรับก็ช่างเถิด ยังจะปากแข็งอีก”
เมื่อผลักประตูเปิดเข้าไปแสงสว่างภายในห้องดูมืดสลัวอยู่บ้าง ชิงหลันเลื้อยขึ้นบนร่างกายของหลินชิงเวยอย่างรวดเร็ว มันขดกายนั่งอยู่บนหัวไหล่ของหลินชิงเวยอย่างหยิ่งผยอง
ยามนี้จู๋กุ้ยเหรินเพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้เบื้องหน้าโต๊ะตัวหนึ่ง หยดเลือดข้างริมฝีปากยังไม่ทันได้แข็งตัว ทว่ากลับมีความงดงามดึงดูดใจยิ่งนัก นางหันมามองหลินชิงเวยอย่างต