กตะลึงอยู่บ้าง “สตรีผู้ควบคุมงู กลับพบได้น้อยยิ่งในอวิ๋นหนานของพวกเรา”
หลินชิงเวยผงกศีรษะเบาๆ “จู๋กุ้ยเหรินกล่าวชมเกินไปแล่ว จู๋กุ้ยเหรินเป็นยอดฝีมือผู้ควบคุมหนอนกู่ ทำให้พวกเราต้องเสียเวลามากมายนัก”
จู๋กุ้ยเหรินลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ นางคารวะเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยอย่างสุภาพอ่อนโยน “นั่นแน่นอนอยู่แล้ว อวิ๋นหนานมีพ่อมดมากมาย แต่ที่มีฝีมือจริงๆ นั้นมีอยู่เพียงไม่กี่คน ข้าเป็นแม่มดควบคุมหนอนกู่ที่อายุน้อยที่สุดในอวิ๋นหนาน ถวายคำนับเซ่อเจิ้งอ๋อง ถวายคำนับเจาอี๋เหนียงเหนียง”
หากเป็นการพูดจาระหว่างสตรีด้วยกันคงจะสื่อสารกันง่ายดายกว่า ดังนั้นตั้งแต่เข้ามาเซียวเยี่ยนจึงเป็นเพียงตัวประกอบ เขาไม่เอ่ยวาจาใดๆ ล้วนเป็นหลินชิงเวยที่สนทนากับจู๋กุ้ยเหริน
หลินชิงเวยเลิกคิ้วและเอ่ยขึ้นว่า “ยังคิดว่าจะต้องใช้ทัณฑ์ทรมานเพื่อบีบเค้นความจริงจากจู๋กุ้ยเหริน คิดไม่ถึงว่าจู๋กุ้ยเหรินจะยอมรับอย่างง่ายดายเช่นนี้ ชีวิตคนหลายคนในวังหลวง การตายของเชียนเหอ จ้าวเฟย ยังมีปี้หลิง ล้วนเป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่?”
ดวงตาคมลึกคู่นั้นของจู๋กุ้ยเหรินหันมามองหลินชิงเวย นัยน์ตาคู่นั้นราวกับมีพลังดึงดูดคนได้ เพียงแต่สีหน้าของนางซีดขาวดูท่าแล้วได้รับบาดเจ็บไม่น้อย นางเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้สังหารเชียนเหอ แต่เป็นองครักษ์ผู้นั้นเป็นผู้สังหาร เดิมทีไม่คิดจะให้จ้าวเฟยและปี้หลิงต้องตายแต่เพราะชะตาชีวิตเล่นตลก หากข้าไม่ได้คาดเดาผิดแล้วล