ล่าวอย่างเห็นขัน “จู๋กุ้ยเหริน คำพูดนี้มีเพียงเจ้าที่ยังกล้าเอ่ยออกมา เรื่องบางเรื่องหากทำไปแล้วก็คือทำไปแล้ว หลังจากที่เจ้าทำไปแล้วเพิ่งจะมาบอกกับผู้อื่นว่าที่จริงเจ้าไม่อยากทำ ยังรู้จักละอายหรือไม่? เจ้ามิใช่เห็นข้า เห็นซินหรูเป็นเพียงเครื่องมือที่เจ้าใช้ประโยชน์ได้เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของเจ้าหรอกหรือ? ยามนี้ซินหรูยังนอนอยู่บนเตียง เจ้าว่าความแค้นของนางข้าควรจะชำระอย่างไรดี?”
ปลายนิ้วของจู๋กุ้ยเหรินคันยุบยิบ นางเบิกตาโตอย่างเกรงกลัวว่าหนอนกลืนกลินวิญญาณจะชอนไชเข้ามาในร่างกายของนาง นางพูดอย่างคลุ้มคลั่งว่า “คิดไม่ถึงว่าดูเจ้าอายุยังน้อย ทว่ากับมีวิธีการโหดเหี้ยมทารุณเช่นนี้! ข้าควรจะสังหารเจ้าตั้งแต่แรก เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!”
หลินชิงเวยยิ้มอย่างเย็นชา “ไม่เคยมีใครบอกเจ้าหรือว่าอย่าได้ใช้อายุมาวัดสติปัญญาของคนๆ หนึ่ง” พูดแล้วก็ผลักมือของนางแล้วปล่อย ส่วนตัวเองกลับไปยืนอยู่ข้างกายเซียวเยี่ยน
หลินชิงเวยพูดกับเซียวเยี่ยน “พลังจิตของตนเองควบคุมหนอนกลืนกินวิญญาณมากินตัวเอง ท่านว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร นางจะเสียสติหรือไม่?”
เซียวเยี่ยนก้มหน้าลงมองนาง เห็นนางมีท่าทีสาสมใจจึงตอบไม่ได้ไปชั่วขณะ สตรีผู้นี้ช่างเป็นคนโหดเหี้ยมจริงๆ
หลินชิงเวยตวัดผมหน้าม้าบนหน้าผากของตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้ผมหน้าม้าก็คือดวงตาที่ทอประกายประดุจอัญมณีคู่หนึ่ง นางพูดขึ้นว่า “เสด็จอา แม้ท่านจะคิดว่าข้างดงาม