ก็ไม่ต้องมองข้าเช่นนี้กระมัง?”
“เปิ่นหวางไม่เคยพูดว่าเจ้างดงามมาก่อน”
หลินชิงเวยประหลาดใจอย่างที่สุด “ข้าไม่งามหรือ? ข้ารู้สึกว่าตัวข้าเองงดงามนี่นา”
ท่านประโยคหนึ่งข้าประโยคหนึ่ง หนอนกลืนกินวิญญาณที่ชอนไชเข้าไปในร่างกายของจู๋กุ้ยเหรินก็เกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว จู๋กุ้ยเหรินยกมือขึ้นประคองศีรษะของตนเองด้วยท่าทางเจ็บปวดแสนสาหัส นางปวดศีรษะราวกับศีรษะกำลังจะแตกร้าว เหมือนมีมือข้างหนึ่งกำลังเปิดกะโหลกศีรษะของนางทั้งๆ ที่นางยังมีชีวิตอยู่ จู๋กุ้ยเหรินกัดฟันร้องออกมา จากนั้นเดินล้มลุกคลุกคลานชนสิ่งของภายในห้องในภาวะใกล้จะคลุ้มคลั่ง นางพลิกคว่ำเครื่องเรือนภายในห้องทั้งหมด กระทั่งพิณที่นางรักที่สุดก็ถูกนางยกขึ้นมาทุ่มจนหักเป็นสองท่อน
เลือดสดๆ ไหลออกจากโพรงจมูกของจู๋กุ้ยเหริน นางทุบศีรษะของตนเองไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เสียงดังเหลือเกิน! เสียงดังเหลือเกิน! ข้าให้พวกเจ้าไปสังหารฮ่องเต้สุนัขและเซ่อเจิ้งอ๋อง! ยังไม่รีบไปอีก! อ๊า…” ยามนี้เหมือนนางได้สติกลับมาอีกครั้ง ดวงตาสีเลือดทั้งคู่ของนางจ้องเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยเขม็ง นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ข้าไม่มีวันปล่อยพวกเจ้า ต่อให้ข้าตายไปก็ไม่มีวันปล่อยพวกเจ้า หากข้าตายเซี่ยนอ๋องก็ต้องตายเช่นกัน ฮ่าๆๆ…อวิ๋นหนานของข้าจะกำราบต้าเซี่ย ผู้คนล้มตายทุกหย่อมหญ้า ดวงวิญญาณกลายเป็นเถ้าธุลี…” นางยังคิดจะก้าวขึ้นมาข้างหน้าอีก นางเคียดแค้นชิงชังตนเองเหลือเกินที่