่ยนไม่ได้ระมัดระวังตัวเช่นเมื่อแรกอีกแล้ว เขาเดินไปนั่งลงข้างโต๊ะผ้าไหมยกมือขึ้นรินน้ำชาให้ตนเองถ้วยหนึ่งและถามนางด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ไฉนเจ้าจึงรู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นกับเซี่ยนอ๋อง?”
“หากข้าบอกว่าข้าดูจากสีหน้าบนใบหน้าเมื่อจู๋กุ้ยเหรินตาย ท่านจะเชื่อหรือไม่?”
“เชื่อ”
หลินชิงเวยทอดถอนใจ “เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวและความทุกข์ทรมานก่อนที่จะตาย ทำให้ใบหน้าของนางบิดเบี้ยว พูดเท็จหรือพูดจริงล้วนเชื่อไม่ได้ หากข้าบอกว่าเซี่ยนอ๋องลักลอบมีความสัมพันธ์กับจู๋กุ้ยเหริน ท่านจะเชื่อหรือไม่?”
เซียวเยี่ยน “…”
หลินชิงเวยพูดอีกว่า “เซียวอี้ตามติดข้าเพียงนั้น ไม่ใช่ด้วยข้าไปพบเรื่องดีงามของเขาเข้ากับตาหรือ แต่ก็นับว่าเขาสมควรได้รับผลกรรมเช่นนี้ ไปยุ่งเกี่ยวกับใครไม่ยุ่งแต่ไปยุ่งกับจู๋กุ้ยเหริน จู๋กุ้ยเหรินนั้นเพื่อทางรอดของตนแล้วย่อมต้องให้เขาร่วมเป็นร่วมตายกับนาง ดังนั้นเพื่อเป็นการรับประกันว่าหากเกิดเรื่องอันใดขึ้นจริงๆ เพื่อต้องการรักษาชีวิตเซียวอี้ย่อมต้องยืนอยู่ข้างนางเพื่อช่วยเหลือนาง เพียงแต่นางคาดไม่ถึงเช่นกันว่ากระทั่งโอกาสที่จะได้พบกับเซียวอี้ก็ไม่มีนางก็ตายไปแล้ว”
เซียวอี้วางฝาถ้วยน้ำชาในมือลงอย่างไม่ให้เสียเวลา “ไปเถิด เปิ่นหวางส่งเจ้าออกจากวังไปจวนเซี่ยนอ๋องสักหน”
ระหว่างทางได้ยินเซียวเยี่ยนพูดอีกว่า เซียวอี้ล้มป่วยตั้งแต่ยามบ่าย เขากระอักเลือดออกมาก่อนจากนั้นก็ลุกไม่ขึ