เราะออกมา ดวงตาของนางโค้งลง คิ้วของนางเลิกขึ้นเล็กน้อยปรากฏให้เห็นความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของนาง นางเอียงหน้ามองจู๋กุ้ยเหริน “แค่เหตุผลนี้ พวกเราก็ไม่กล้าสังหารเจ้า? เจ้าว่าเจ้าเบาปัญญาหรือไม่ หลังจากเจ้าตายพวกเราเพียงแค่ปิดข่าวนี้ อวิ๋นหนานอ๋องย่อมไม่มีทางล่วงรู้? หาไม่แล้วเจ้าคิดว่าเหตุใดจึงมีเพียงเสด็จอาและข้ามากันเพียงสองคนเล่า?”
จู๋กุ้ยเหรินได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าพลันเปลี่ยนไปทว่ากลับมาสงบดังเดิมอย่างรวดเร็ว นางเชิดคางขึ้น “บนโลกนี้ไม่มีกำแพงที่ลมพัดผ่านไม่ได้ ต้องมีสักวันที่เสด็จพ่อของข้าล่วงรู้”
ทันทีที่สิ้นเสียงหลินชิงเวยเก็บงำรอยยิ้มทั้งหมดของตน แววตาของนางเปลี่ยนเป็นนิ่งลึกแทบจะมองไม่เห็นร่องรอยยิ้มหัว แต่เวลานี้เองชิงหลันที่อยู่บนหัวไหล่ของหลินชิงเวยตลอดเวลากลับพุ่งตัวออกไปโจมตีจู๋กุ้ยเหริน จู๋กุ้ยเหรินเห็นเพียงเงาร่างเบื้องหน้าพร่าเลือน นางจึงรีบเบี่ยงกายหลบ
แต่ความสนใจของนางอยู่ที่ชิงหลันเท่านั้นจึงมองข้ามไปว่ายังมีหลินชิงเวย หลินชิงเวยจับจ้องฉวยโอกาสกดข้อมือของนางเอาไว้ ให้ปลายนิ้วที่ยังมีเลือดหยดอยู่ของนางกดลงบนโต๊ะพิณ