ั้ง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง ราวกับนางได้รับการให้เลือดอย่างไรอย่างนั้น ดูท่าทางแล้วมีเรี่ยวแรงมากกว่าก่อนหน้านี้อีก
ขณะที่เซียวเยี่ยนประมือกับนางเขาใช้กำลังลมปราณเต็มที่ หลินชิงเวยนั่งยองๆ กุมศีรษะของตนเองอยู่ในมุมๆ หนึ่ง มองดูพลังลมปราณและมีดสั้นในมือของนางกำนัลที่ตวัดไปกรีดลงบนต้นไผ่จนล้มลงแถบหนึ่ง คมมีดนั้นปาดลำไผ่อย่างเป็นระเบียบเท่าเทียมกัน นางอดที่จะหวาดหวั่นในใจไม่ได้
การประมือของการยอดฝีมือ เพียงไม่นานพลังลมปราณนับพันนับหมื่นก็พุ่งเข้าใส่ลำคอของนาง หาไม่แล้วที่ต้องหักโค่นลงไปย่อมมิใช่ต้นไผ่แต่เป็นศีรษะของนางแทน
หลินชิงเวยได้ยินเสียงบรรเลงพิณรัวเร็วกระชั้นขึ้นอีก นางรู้สึกได้ว่าคนผู้บรรเลงพิณด้านในดูเหมือนได้ใช้พลังทั้งหมดที่มี ส่วนนางกำนัลผู้นั้นที่มีเรี่ยวแรงและพละกำลังในการโจมตีขึ้นอีกครั้งนั้นเป็นเพราะเกี่ยวพันกับเสียงพิณนี้
แก้ไขปัญหาต้องแก้ไขที่ต้นตอของมันเสียก่อน
หลินชิงเวยลูบศีรษะของชิงหลัน ชิงหลันค่อยๆ คืบคลานออกมาเพื่อเริ่มการโจมตี มันค่อยๆ เลื้อยเข้าไปในห้องนั้น
ชิงหลันเป็นศัตรูที่มีคุณสมบัติเพียงพอ แน่นอนว่าไม่อาจเข้าไปทางประตูหลัก หาไม่แล้วหากนางกำนัลหันมาเห็นเข้าตวัดมาเพียงดาบเดียวมันคงต้องสิ้นชีพ ชิงหลันซ่อนตัวในป่าไผ่ เข้าไปทางด้านหลังของห้อง บนกำแพงด้านข้างมีหน้าต่างอยู่บานหนึ่ง สภาพอากาศในเวลานี้ค่อนข้างร้อนแล้ว อย่างไรก็ต้องเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมพั