ร้ายได้แล้วค่อยกลับมากินอาหารเที่ยงพร้อมกับพระองค์ที่นี่ดีหรือไม่เพคะ?”
เซียวจิ่นเงยหน้าขึ้น ถูกรอยยิ้มของนางทำให้อบอุ่นใจขึ้นมา
หลินชิงเวยพูดอีกว่า “หม่อมฉันไม่ได้กินข้าวดีๆ สักมื้อนานแล้วเพคะ วันนี้ตัดสินใจแน่แล้วว่าจะฝากท้องกับพระกระยาหารของฝ่าบาทไม่ยอมไปไหน”
เซียวจิ่นหัวเราะขึ้นมาอย่างอบอุ่นด้วยใบหน้างดงามประดุจหยกสลัก “ดีสิ อีกประเดี๋ยวเจิ้นจะให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารที่เจ้าชอบกินที่สุด รอพวกท่านกลับมา”
เขาเพียงแค่รู้สึกเสียดาย อ้างว้าง หากเขายืนขึ้นมาได้ ก็ไม่ต้องถึงกับไร้ประโยชน์เช่นนี้ ไม่อาจช่วยอะไรได้ เขาจะได้ไปจับตัวฆาตกรกับหลินชิงเวย มิใช่ต้องรออยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างในตำหนักเช่นนี้
ดังนั้นสุดท้ายเซียวจิ่นจึงได้แต่มองหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนออกไป
คนทั้งสองเดินออกประตูห้องด้วยท่าทีรู้อกรู้ใจกันดี
หลินชิงเวยเดินไปพร้อมกันพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องเรียกองครักษ์กระมัง คนมากทำให้ผู้รู้คนมาก ถึงเวลานั้นหากต้องการให้คนเหล่านั้นปิดปากท่านจะจัดการลำบาก”
“อืม” เขามิได้คิดจะพาคนไปมากมายเช่นกัน
หลินชิงเวยครุ่นคิดพร้อมกับแตะคางของตน “พาเจ้าสุนัขรับใช้ของท่านไปด้วยเถิด เสี่ยวฉีไงเล่า ไฉนระยะนี้ล้วนไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา?”
เซียวเยี่ยน “เขามาไม่ได้ เปิ่นหวางให้เขาไปช่วยงานกับท่านเจ้าเมืองตรวจสอบคดี”
“ตรวจสอบคดี? คดีอันใด?” ดวงตาทั้งคู่ของหลินชิงเวยทอประกาย
เซียวเยี่ยนหันไปมองนางแวบหนึ่ง “เ