จาอี๋และเซ่อเจิ้งอ๋องพวกเขาย่อมต้องเชื่อฟังเซ่อเจิ้งอ๋อง แต่หากเป็นฮ่องเต้และเซ่อเจิ้งอ๋อง เช่นนั้นพวกเขาควรจะเชื่อฟังใคร?
เหล่านางกำนัลและขันทีชะงักงันลังเลใจยิ่งกว่าเดิม
เซียวจิ่นเห็นท่าทีเช่นนี้ของพวกเขาแล้วพลันรู้สึกเดือดดาล ใบหน้าราวหยกขาวแกะสลักของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยโทสะ สีหน้าของเขาเรียกได้ว่าเป็นฮ่องเต้ทรงอำนาจและบารมีองค์หนึ่ง เขากล่าวว่า “หรือคำสั่งของเจิ้นยังสู้คำพูดของเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ได้? ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งให้ประหารโดยไม่ต้องไต่สวน!”
ราวกับนี่เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้ขัดแย้งกับเซ่อเจิ้งอ๋อง ในที่สุดเหล่านางกำนัลและขันทีก็เดินเข้ามาราวกับฝูงปลา เพื่อเดินอ้อมผ่านร่างของเซียวเยี่ยนไปหยุดอยู่ข้างกายเซียวจิ่นเพื่อย้ายเขาออกไป
เมื่อพวกเขากำลังจะเดินเข้าประตูมา ไหนเลยจะคิดว่าเซียวเยี่ยนพลันลงมือเขารวบรวมพลังลมปรานไว้ที่ฝ่ามือ เพียงสะบัดแขนเสื้อกวาดออกไป เหล่านางกำนัลและขันทีที่ไร้เรี่ยวแรงต่อสู้ก็ถูกซัดออกไปด้านนอกพร้อมกับเสียงร้องอย่างน่าเวทนา
“เซียวเยี่ยน!” หลินชิงเวยตกตะลึง นาทีถัดมาเซียวเยี่ยนหลุบตาลงต่ำมองนางแล้วปัดมือของหลินชิงเวยที่จับชายอาภรณ์ของเขาเอาไว้ออกไป หลินชิงเวยรู้สึกชามือข้างนั้นของตนในชั่วพริบตา ราวกับเนื้อหนังและกระดูกแทบแหลกจนไร้ซึ่งความรู้สึก
หลินชิงเวยสะดุดไปหลายก้าว เซียวเยี่ยนหันกายอีกครั้งมุ่งหน้าเข้าหาเซียวจิ่น
หลินชิงเวยโผเข้ามากอดเอวของเซียวเยี่ยนจาก