หมัวมัวเอ่ยขึ้นเสียงเบาอยู่ข้างกาย “เหนียงเหนียง ท่านอย่าคิดมากเกินไปเพคะ เซ่อเจิ้งอ๋องและฝ่าบาทช่วยนาง อาจเป็นเพราะนางรักษาพระวรกายของฝ่าบาทให้หายดีได้…”
พูดถึงตรงนี้ไทเฮายิ่งเคียดแค้นชิงชัง นางตบฝ่ามือลงบนโต๊ะหันหน้าบึ้งตึงมากล่าวว่า “ทั้งๆ ที่เขารู้ เปิ่นกงไม่ปรารถนาให้เซียวจิ่นสายเลือดต่ำช้าผู้นั้นหายดี เวลานี้ดียิ่งนักมีหลินชิงเวยที่รักษาเซียวจิ่นให้หายดีได้คนหนึ่งมาปรากฏตัวขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเปิ่นกงยังจะมีความหวังอันใดได้อีก…”
หมัวมัวรีบกระซิบกระซาบ “เหนียงเหนียง คำพูดนี้ท่านพูดไม่ได้! ระวังกำแพงมีหูเพคะ!”
ภายในเรือนหลังเล็กอันดำมืด หลินชิงเวยและซินหรูนั่งยองๆ อยู่ในมุมหนึ่ง หลินชิงเวยหันหน้าไปเห็นซินหรูมองตนเองตาปริบๆ คนหนึ่งตัวใหญ่คนหนึ่งตัวเล็ก ดวงตาคู่ใหญ่จับจ้องดวงตาคู่เล็ก
หลินชิงเวยถอนหายใจเฮือก
ซินหรู “พี่สาว ท่านกำลังโมโหข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“เจ้าอยู่ข้างนอกก็ดีอยู่แล้ว เหตุใดต้องเข้ามารับความลำบากเช่นนี้ เจ้าว่าพี่สาวไม่โมโหได้หรือไม่?”
ซินหรูกลับพูดขึ้นอย่างไม่เสียใจ “ข้าไม่อาจให้พี่สาวได้รับความลำบากเพียงคนเดียว อย่างน้อยเมื่อข้าเข้ามาพี่สาวก็มีเพื่อนคุยเจ้าค่ะ”
“ที่จริงแล้วข้ายังมีเรื่องอื่นคิดจะมอบหมายให้เจ้าไปทำ”
ซินหรูกะพริบตาปริบๆ “หา? เรื่องอันใดเจ้าคะ?”
หลินชิงเวยมองนาง “ช่างเถิด” เวลานี้ซินหรูถูกกักขังอยู่ที่นี่เช่นกัน ยังจะทำอะไรได้อีก ทว่าเรื่องบาง