ต่อมาหมอหลวงมาถึง อาจเป็นเพราะในวังหลวงไม่เคยพบเห็นสภาพการตายที่น่าอเนจอนาถเช่นจ้าวเฟยมาก่อน ขณะที่ทำการตรวจสอบศพมือของหมอหลวงสั่นสะท้าน ต่อมาจึงสรุปออกมาว่า “จ้าวเฟยเหนียงเหนียงต้องพิษจนตายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยพบยาพิษร้ายแรงเช่นนี้มาก่อนและสภาพการตายจากการได้รับพิษน่ากลัวเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ไทเฮากล่าว “นี่ยังต้องพูดอันใดอีก เป็นเจ้าวางยาพิษนางแน่แล้ว บนพื้นล้วนมีเม็ดยาที่ตกหล่นอยู่ทุกหนทุกแห่ง นี่ก็คือหลักฐาน!”
หลินชิงเวยกล่าว “ท่านมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่านางต้องพิษ? จุดชีพจรอิ่นถัง[1]ดำคล้ำหรือไม่ สีของริมฝีปากและปลายเล็บมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่? ท่านใช้เข็มเงินทดสอบเลือดของนางได้ ดูว่าในเลือดมีพิษปะปนอยู่หรือไม่?”
หมอหลวงได้ยินเช่นนั้นจึงหยิบเข็มเงินออกมามาทดลองดู ที่น่าประหลาดก็คือเข็มเงินไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ กระทั่งเลือดสีดำคล้ำในปากของจ้าวเฟยก็ไม่มีพิษใดๆ ปะปนอยู่
หลินชิงเวยกล่าวอีกว่า “ไทเฮาตรัสว่ายาที่ตกหล่นอยู่บนพื้นล้วนเป็นยาพิษ หม่อมฉันอยากจะบอกว่านั่นเป็นยาถอนพิษ หมอหลวงไปหยิบมาดมดูเพื่อแยะแยะส่วนผสมของยาได้ ดูว่านั่นเป็นยาพิษหรือไม่”
หมอหลวงเชื่อฟังอย่างยิ่ง ในเรื่องทางการแพทย์แล้วนั้น สำหรับเขาแล้วคำพูดของหลินชิงเวยน่าเชื่อถือกว่าคำพูดของไทเฮา ดังนั้นหมอหลวงจึงหยิบยาลูกกลอนนั้นมาดมกลิ่นและพูดว่า “โอสถเหล่านี้มีกลิ่นหอมสดชื่นบางเบา ส่วนผสมของโอสถล้วนล้ำค่าและมีราคายิ่ง