มิใช่ยาพิษที่นำมาทำร้ายคนให้ถึงแก่ชีวิตพะยะค่ะ”
เซียวจิ่นจึงเอ่ยขึ้นทันควันว่า “เจิ้นคิดว่าชิงเวยไม่ใช่ฆาตรกรผู้สังหารคน นางไม่มีทางหลอกล่อจ้าวเฟยมาถึงตำหนักฉางเหยี่ยน เช่นนั้นแล้วเท่ากับเป็นการรนหาที่ตายผิดธรรมดาเกินไป น่าจะมีคนต้องการทำร้ายหลินชิงเวยแต่ทำไม่สำเร็จ ต่อมาจึงให้คนนำเรื่องการตายของเชียนเหอมาใส่ความตำหนักฉางเหยี่ยน บัดนี้มีการตายของจ้าวเฟยอีก ความขัดแย้งทั้งหลายล้วนพุ่งเป้ามาที่ชิงเวย เสด็จแม่คงต้องให้เวลาเจิ้นสักเล็กน้อย เจิ้นจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้จะความจริงปรากฏขึ้นแน่นอน”
ไทเฮาดึงสายตากลับมามองเซียวจิ่น ทว่าเซียวจิ่นกลับเงยหน้าขึ้นมองนางตรงๆ เช่นกัน
กระบอกตาของไทเฮาแดงเรื่อ นางหรี่ตาลงราวกับคิดไม่ถึงว่าเซียวจิ่นจะใช้อำนาจของฮ่องเต้ฉีกหน้านางต่อหน้าธารกำนัล นางกล่าวว่า “ความหมายของฮ่องเต้คือเปิ่นกงเข้าใจหลินซื่อผิดหรือไร? ฟังคำพูดของฮ่องเต้แล้ว จ้าวเฟยมิใช่ตายไปเปล่าๆ ปลี้ๆ หรอกหรือ?”
เซียวจิ่นกล่าว “ขอเพียงความจริงปรากฏ ฆาตรกรถูกจับกุมตัว เจิ้นไม่ไร้เหตุผลแน่นอน จะต้องจับกุมตัวฆาตรกรออกมาลงโทษเพื่อเป็นการปลอบประโลมวิญญาณของจ้าวเฟยในสรวงสวรรค์ แต่ก่อนหน้าที่เรื่องนี้จะตรวจสอบจนกระจ่างแจ้ง เสด็จแม่กลับต้องการใช้ทัณฑ์ทรมานกับชิงเวย ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่รีบร้อนเกินไปหรือ?”
บรรยากาศในขณะนั้นเข้าสู่ความตึงเครียดทันที ในใจไทเฮาไม่ยินยอมแต่มิอาจต่อต้านเพื่อเอาชนะฮ่องเต้ได