เซียวจิ่น “ชิงเวย เจ้าพูดจามีเหตุผล เพียงแต่คำพูดเหล่านี้เจ้าต้องพูดกับเสด็จอา” พูดแล้วก็ให้หลินชิงเวยหยุดเข็นเก้าอี้ เขาหันกลับไปมองนางกำนัลที่อยู่ข้างหลังด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
ซินหรูและองครักษ์คนสนิทของเซ่อเจิ้งอ๋องติดตามอยู่ข้างหลังอย่างไร้สุ้มเสียง
เซียวจิ่นกล่าวกับซินหรู “ซินหรู รบกวนเจ้ามาช่วยเจิ้นเข็นเก้าอี้ส่งเจิ้นกลับไปตำหนักซวี่หยางได้หรือไม่?”
ซินหรูเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาทอประกายวับวาว นางพยักหน้าแรงๆ เมื่อได้ยินคำพูดเป็นกันเองและมีมารยาทของเซียวจิ่นซึ่งไม่ได้วางท่าด้วยอำนาจบารมี
เซียวจิ่นหันไปกล่าวกับหลินชิงเวยอีกว่า “ชิงเวย เจ้าไปหาเสด็จอาเถิด มีเสด็จอาอยู่ด้วยจะทำให้เจ้าปลอดภัยขึ้น เจ้ามีความคิดของตนเองอยู่แล้วปรึกษาหารือกับเสด็จอาว่าจะก้าวต่อไปควรทำอย่างไร ไม่ว่าอย่างไรมีเสด็จอาอยู่ย่อมดีกว่าเจิ้น เสด็จอาคุ้มครองเจ้าได้แน่” ไม่รอให้หลินชิงเวยปฏิเสธก็กวักมือเรียกองครักษ์คนสนิทของเซียวเยี่ยน “เจ้าคงจะรู้ว่าเสด็จอาอยู่ที่ไหนกระมัง เจิ้นบัญชาให้เจ้าส่งหลินเจาอี๋ไปที่นั่น”
องครักษ์ “ฝ่าบาท เซ่อเจิ้งอ๋องให้กระหม่อมมาถวายอารักขาฝ่าบาทจนตัวตาย ห้ามห่างจากฝ่าบาทแม้เพียงครึ่งก้าวจนกว่าเขาจะกลับมาพะยะค่ะ”
เซียวจิ่น “เจ้าส่งหลินเจาอี๋ไปที่นั่นก่อนแล้วค่อยกลับมาอารักขาเจิ้นต่อ ภายในวังหลวงไม่เหมือนข้างนอกที่จะปรากฏมือสังหารได้ตลอดเวลา?”
อีกทั้งเวลานี้เป็นเวลากลางวัน ความเป็นไปได้จึ