งค่อนข้างน้อย
ดังนั้นองครักษ์ไม่อาจไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาในที่สุด เขาเดินนำหลินชิงเวยออกไป
เมื่อหลินชิงเวยได้พบเซียวเยี่ยน เขากำลังเรียกตัวองครักษ์ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนเมื่อคืนมารวมกันที่นี่ สอบถามที่ละคนและจากการได้ประมือชั่วระยะเวลาสั้นๆ เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นบุรุษทั้งมีวรยุทธ์ สวมเครื่องแบบขององครักษ์เช่นกัน
เวลาช่วงเช้าผ่านไป เขาไม่ได้เบาะแสอันใดแม้แต่น้อย
หลินชิงเวยเดินผ่านหน้าองครักษ์เหล่านั้น นางไม่เห็นเงาร่างของคนที่ทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อคืนนี้ ราวกับเขาไม่เคยปรากฏตัวในหมู่ขององครักษ์เหล่านี้มาก่อน เมื่อสังเกตสังกาสีหน้าและแววตาบนใบหน้าขององครักษ์เหล่านี้อีกครั้งล้วนไม่พบความผิดปกติอันใด
นอกจากคนๆ หนึ่ง
หัวหน้าองครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุด
หลินชิงเวยเดินผ่านร่างของเขาแล้วหันกลับไปมอง เห็นดวงตาของเขาทอประกายวาบ หลินชิงเวยถามตรงๆ “เจ้ามีเรื่องปิดบังข้า?”
หัวหน้าองครักษ์ “เรียนเจาอี๋เหนียงเหนียง ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ!”
หลินชิงเวย “เจ้าเป็นหัวหน้าองครักษ์ หากเกิดเรื่องผิดพลาดกับผู้ใดขึ้นมา เจ้าผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่ต้องรับผิดชอบเช่นกัน เวลานี้ท่านอ๋องละเว้นโทษทัณฑ์ให้เจ้า เจ้ารีบพูดมา”
หัวหน้าองครักษ์เงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยน พบว่าเซียวเยี่ยนไม่ได้คัดค้านแสดงว่าเขายอมรับโดยปริยาย จึงเอ่ยขึ้นว่า “ในหมู่ของกระหม่อมจะมีคนเกินมาหนึ่งคนตลอดพะยะค่ะ แต่เมื่อสักครู่ได้ตรวจนับคน ดูเหมือน