…ขาดไปหนึ่งคนพะยะค่ะ”
“ขาดใครไป?”
“หลี่เหลียง”
“เขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อใด?”
“กระหม่อม กระหม่อมเพิ่งจะพบว่าเขาหายตัวเมื่อสักครู่เช่นกันพะยะค่ะ”
หลินชิงเวยยังถามต่ออย่างไม่ยอมรามือ “ก่อนหน้าล้วนไม่เคยพบว่าเขาหายตัวไป? และไม่เคยพบว่าเขามีสิ่งใดผิดปกติ?”
หัวหน้าองครักษ์ “คนผู้นี้มีนิสัยสันโดษ ไม่พูดคุยกับใคร เมื่อเข้าเวรยามลาดตระเวนเขาจะกลับเข้าหมู่ตามเวลาจึงไม่มีใครใส่ใจพะยะค่ะ”
ต่อมาเซียวเยี่ยนโบกไม้โบกมือให้เหล่าองครักษ์ถอยออกไป หัวหน้าองครักษ์ผู้นั้นกลับถูกปลดเครื่องแบบทหารออกแล้วส่งตัวไปลงทัณฑ์ หัวหน้าองครักษ์ไม่พึงใจร้องตะโกนเสียงดังว่า “เจาอี๋เหนียงเหนียง ท่านมิใช่กล่าวว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะไม่ถือโทษหรือ?!”
หลินชิงเวยหันไปมองเซียวเยี่ยน เซียวเยี่ยนกล่าวขึ้นเนิบๆ ว่า “เปิ่นหวางไม่ได้รับปากอันใด นำตัวไปโบยห้าสิบไม้”
ต่อมาเซียวเยี่ยนสั่งการให้ค้นภายในวังหลวงเพื่อหาตัวองครักษ์นามหลี่เหลียงผู้นั้น สัญชาตญาณของหลินชิงเวยบอกกับนางว่าหลี่เหลียงก็คือองครักษ์ที่นางสังหารคนนั้น แต่ยามนี้นางเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาตายไปแล้วหรือยังไม่ตายกันแน่ หรือจะมีเรื่องน่าเหลือเชื่ออันใดเกิดขึ้น?
หลินชิงเวย “ไม่ต้องไปค้นหาแล้ว ท่านค้นอย่างไรก็ไม่พบคน”
เซียวเยี่ยนเลิกคิ้วมองนาง นางยักไหล่แล้วหรี่ตาลงมองแสงตะวันไกลออกไป “ท่านไม่ต้องถามข้าว่าด้วยเหตุใดอาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของสตรี ครั้งต่อไปเขายังคงลงมือกับข้า ท่านต