หลินชิงเวยกล่าว “หม่อมฉันคิดว่าเรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะมองข้ามไปได้เพคะ เมื่อคืนผู้ที่ทำร้ายหม่อมฉันจะต้องเป็นฆาตกรที่สังหารเชียนเหอ ส่วนเหตุใดเชียนเหอจึงมาอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยน เรื่องนี้มีความเป็นได้ว่าจมน้ำตายในบ่อน้ำของตำหนักฉางเหยี่ยน และมีความเป็นไปได้เช่นกันว่าจมน้ำตายมาจากที่อื่นแล้วนำมาทิ้งไว้ในตำหนักฉางเหยี่ยน ประจวบเหมาะกับหม่อมฉันพบสิ่งของตกค้างในปากของเชียนเหอ ขอเพียงได้เปรียบเทียบก็จะรู้ได้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นเพคะ” พูดแล้วก็เรียกข้ารับใช้ในตำหนักฉางเหยี่ยนมาสั่งการลงไปว่า “ไปเก็บต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นในบ่อน้ำมาเล็กน้อย”
เพียงไม่นานข้ารับใช้ก็เก็บสิ่งของที่เป็นตัวอย่างกลับมา
หลินชิงเวยหยิบสิ่งของตกค้างที่นางพบเมื่อเช้าออกมา เปรียบเทียบทีละอย่าง พบว่าไม่มีสักอย่างที่ตรงกัน
หลินชิงเวยจึงกล่าวอีกว่า “สิ่งตกค้างที่อยู่ในปากและจมูกของเชียนเหอ ชัดเจนยิ่งนักว่าเข้ามาในร่างกายขณะที่นางหายใจดิ้นรนต่อสู้ในน้ำ เห็นได้ว่าต้นไม้ใบหญ้าในน้ำนั้นไม่ตรงกับต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นในบ่อน้ำแม้แต่ชนิดเดียว พิสูจน์ให้เห็นว่านางมิได้จมน้ำตายในบ่อน้ำของตำหนักฉางเหยี่ยน แต่นางจมน้ำตายที่อื่นแล้วจึงนำร่างมาทิ้งไว้ในตำหนักฉางเหยี่ยนเพคะ”
จ้าวเฟยพูดอย่างโกรธเคือง “ในเมื่อเชียนเหอก็ตายไปแล้ว ไยยังต้องถูกนำมาทิ้งในตำหนักฉางเหยี่ยน หลินเจาอี๋ มิใช่เพราะเจ้าต้องการเอาตัวรอดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยจึงพ