ูดจาเหลวไหลกระมัง!”
หลินชิงเวยเอียงหน้ามองนางด้วยหางตา “มิใช่ยังมีคำพูดอีกอย่างหนึ่งเรียกว่า โยนความผิดให้ผู้อื่นหรือ? หาไม่แล้วเหตุใดจ้าวเฟยจึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่เพื่อมากล่าวโทษข้าในเวลานี้เล่า?”
จ้าวเฟยพูดไม่ออก
หลินชิงเวยหันไปกล่าวกับเซียวจิ่น “ฝ่าบาท ขอเพียงไปหาพืชที่ขึ้นในน้ำมาจากทุกตำหนักแล้วเปรียบเทียบทีละอย่าง หม่อมฉันเชื่อว่าจะต้องตรวจสอบสถานที่ที่เชียนเหอตายได้ แต่การตรวจสอบทุกตำหนักยังต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่าบาทเพคะ”
เซียวจิ่นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจิ้นอนุญาตให้หลินเจาอี๋ตรวจสอบเรื่องนี้” เขามองจ้าวเฟยแล้วกล่าวเสียงเย็น “เชียนเหอเป็นนางกำนัลของจ้าวเฟย ตามเหตุผลต้องเริ่มตรวจสอบจากตำหนักของจ้าวเฟยก่อน เริ่มตั้งแต่วันนี้เถิด”
จ้าวเฟยย่อมไม่อาจพูดอันใดได้ ในที่สุดได้แต่สั่งให้ขันทีรับศพของชิงเหอแล้วออกจากตำหนักฉางเหยี่ยน ฮ่องเต้มีใจคิดปกป้องหลินเจาอี๋ หากนางพูดคำว่าไม่เพียงคำเดียว ย่อมไม่เกิดผลดีอันใด
หลังจากจ้าวเฟยออกไป ตำหนักฉางเหยี่ยนกลับคืนสู่ความสงบดังเดิม เซียวจิ่นกลับมิได้จากไปทันที เขามองซินหรูยกอ่างน้ำเข้ามาล้างมือให้หลินชิงเวยที่ประตูหน้า หลินชิงเวยหยิบสบู่ที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาถูกับฝ่ามือจนเกิดฟองละเอียดชั้นหนึ่ง มือเล็กๆ ทั้งคู่นั้นถูกันไปมา จากนั้นใช้สะอาดล้างฟองเหล่านั้นออกเป็นอันเสร็จสิ้น
เซียวจิ่นก้าวขึ้นมาหรี่ตาลงกวักมือให้หลินชิงเวย