ืนบาดแผลปริแยกแล้ว วันนี้ไม่อาจใช้มือคีบตะเกียบได้
เซียวจิ่นนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นจนใจที่ไม่อาจคีบกับข้าวให้ทั้งสองคนได้ “อย่างนี้ เจิ้นให้นางกำนัลเข้ามาคีบกับข้าวให้พวกท่าน”
หลินชิงเวยส่ายหน้า “ไม่ๆๆ เพคะ มีคนมองอยู่ข้างๆ หม่อมฉันกินไม่สบาย”
เซียวจิ่นหันไปมองเซียวเยี่ยน “เสด็จอา อย่างนี้ให้ชิงเวยนั่งข้างท่านเถิด เมื่อคืนท่านมิใช่ใช้มือซ้ายกินหรือ”
งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ เพื่อไม่ให้ทุกคนเห็นว่ามือเขาได้รับบาดเจ็บ เขาใช้มือซ้ายกินข้าวจริงๆ อีกทั้งยังคงสง่างามดังเดิมไร้ซึ่งแรงกดดัน หันมาดูหลินชิงเวยท่าทางที่นางใช้มือซ้ายถือตะเกียบราวกับคนมือพิการ…ยังคงอย่าไปเปรียบเทียบกับคนที่พัฒนาสมองด้านขวาจะดีกว่า คนเปรียบเทียบกับคน คนโมโหแทบตาย
เซียวเยี่ยนพยักหน้า หลินชิงเวยจึงนั่งลงข้างเซียวเยี่ยน นางนั่งอยู่ด้านซ้ายมือของเขา เซียวเยี่ยนพูดกับนางเรียบๆ “เจ้าอยากกินอะไรก็บอกเปิ่นหวาง”
หลินชิงเวย “ท่านกินอะไรข้าก็กินสิ่งนั้น”
ตะเกียบของเซียวเยี่ยนชะงักกึก จากนั้นยื่นออกไปคีบกับข้าว เพิ่งจะยื่นไปถึงขอบจานของอาหารทะเล หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “ท่านกินอาหารทะเลไม่ได้”
เซียวเยี่ยนจึงเลื่อนตะเกียบไปกับข้าวจานข้างๆ เป็นหูหมูสีแดงที่ผัดด้วยน้ำมันพริกดูแล้วรสชาติน่าอร่อย หลินชิงเวยมองเขาแวบหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่ เอ่ยขึ้นอีกว่า “ไม่ใช่บอกท่านแล้วหรือ กินเผ็ดไม่ได้” นางพยักพเยิดคางของตนไปยังอาหารรสจืดหลายจานนั้น