“กินพวกนี้”
เซียวจิ่นแอบหัวเราะอยู่ด้านข้าง “ปกติเสด็จอากินอาหารรสชาติจืดอยู่แล้ว ดูเหมือนอาหารเหล่านี้ชิงเวยก็ชอบกิน เสด็จอาท่านอย่าตามใจนาง นางมีบาดแผลเช่นกัน ท่านกินอะไรนางก็กินสิ่งนั้นก็แล้วกัน”
ดังนั้นทุกครั้งที่เซียวเยี่ยนจะกินกับข้าวอะไร ล้วนต้องคีบให้หลินชิงเวยครั้งหนึ่ง ก่อนหน้าที่หลินชิงเวยจะมาที่นี่อาหลานคู่นี้ล้วนมีตะเกียบกลางสำหรับคีบกับข้าวคู่หนึ่งวางไว้บนโต๊ะ เวลานี้หลินชิงเวยไม่พิถีพิถันในเรื่องเหล่านี้ และไม่มีตะเกียบกลางให้ใช้ เซียวเยี่ยนจึงได้แต่ใช้ตะเกียบของตนคีบกับข้าวให้นาง
หลินชิงเวยมื้อซ้ายถือช้อน ได้แต่ใช้ช้อนตักข้าวในถ้วยมากิน แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้นางก็กินข้าวอย่างกินแรงพอควร น้ำมันเยิ้มรอบปาก เมื่อต้องกินกับข้าวที่ช้อนตักไม่ได้นางก็ยื่นมือไปหยิบแล้วส่งเข้าปาก ยังไม่ลืมจะดูดซีอิ๊วที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้วดังจ๊วบๆ
แม้จะหยาบคายสักหน่อย ทว่ากับไม่ถึงกับเกินไปนัก
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นพบว่าเซียวจิ่นมองนางอยู่ก่อนแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาทโปรดประทานอภัย หม่อมฉันมือพิการจริงๆ เพคะ”
เซียวจิ่นยิ้มอบอุ่น “ไม่มีอันใด มองชิงเวยกินข้าวรู้สึกว่าอาหารอร่อยเป็นพิเศษ เจิ้นลำพังแค่มองเจ้ากินข้าวก็รู้สึกอยากอาหารแล้ว”
เวลานี้เขาดูเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กน้อยปากหวาน
ยามบ่ายเซียวเยี่ยนไม่อยู่ในตำหนักซวี่หยาง ดังนั้นหน้าที่ดูแลเซียวจิ่นจึงตกเป็นของหลินชิงเวยโดยปริยาย
หลังพลบค่ำห