ลินชิงเวยเห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้วจึงอำลาออกจากตำหนักซวี่หยาง เพิ่งจะเดินออกมาได้ไม่ไกลนางพบองครักษ์ลาดตระเวนกำลังผลัดเปลี่ยนเวรยาม
คิดดูแล้วคงเป็นเพราะเซียวเยี่ยนได้ปรับเปลี่ยนองครักษ์ภายในวังใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นการรับรองความปลอดภัยภายในตำหนักซวี่หยาง กู้หมิงเฟิ่งเร้นกายลอบเข้าวังเพื่อลอบสังหารได้ เซียวจิ่นและเซียวเยี่ยนต่างรู้ดีว่าเซียวอี้คอยให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง แต่รู้แล้วอย่างไรเล่า ตีให้ตายกู้หมิงเฟิ่งก็ไม่มีวันยอมรับ พวกเขาก็ไม่มีหลักฐานอื่นในมือ
ด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการป้องกันเรื่องราวเช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก เซียวเยี่ยนไม่อาจไม่ปรับเปลี่ยนการป้องกันและรักษาการภายในวังหลวง
องรักษ์ที่ทำการลาดตระเวนอยู่ด้านนอกตำหนักซวี่หยางเพิ่มกำลังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ยามนี้องครักษ์สองหมู่กำลังเดินสวนสนามกันเบื้องหน้าหลินชิงเวย นางยืนอยู่ที่นั่นมองดูพวกเขาเดินสวนกันไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางแสงสว่างจากโคมไฟของตำหนักโล่สีเทาบนร่างสะท้อนแสงออกมาเย็นเยียบ
เมื่อองครักษ์หมู่หนึ่งเดินผ่านร่างของนางไป ร่างของหลินชิงเวยพลันสั่นสะท้าน สีหน้าขาวเผือด
นางตวัดสายตามองไป ท่ามกลางองครักษ์ในหมู่นั้น มีองครักษ์คนหนึ่งสวมเสื้อเกราะสีเทาเหมือนองครักษ์คนอื่นๆ สวมหมวกเหล็ก สีหน้าค่อนข้างเขียวคล้ำ ดวงตาทั้งคู่เลื่อนลอย เดินผ่านร่างของนางไปอย่างไร้ชีวิตชีวา
สายลมยามราตีพัดผ่าน นางราวกับได้กลิ่น