เรื่องนี้กลับทำให้เซียวเยี่ยนนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อก่อนกู้เทียนหลินมีบุตรสาวคนหนึ่ง ต่อมาไม่ระวังจึงตกลงไปในบ่อน้ำในฤดูหนาวแล้วล้มป่วยไม่ดีขึ้น สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยตลอดเวลา กู้เทียนหลินจึงส่งบุตรสาวคนนี้ออกจากเมืองหลวง นับแต่นั้นก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย คนนอกล้วนคิดว่าบุตรสาวคนนี้ตายไปตั้งแต่ยังเยาว์ คิดไม่ถึงว่ากลับมาปรากฏกายในคราบของบุรุษในวันนี้
นางน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลินชิงเวย หลินชิงเวยดูเหมือนถูกเลี้ยงอยู่ในครอบครัวสูงศักดิ์ประหนึ่งดอกไห่ถังที่งดงาม ส่วนนางกลับเหมือนต้นกระบองเพชรที่เต็มไปด้วยหนาม
ที่จริงหลินชิงเวยคิดจะพูดให้นางยอมรับ “เจ้าดูสิ เวลานี้มีหลักฐานแน่นหนาทุกอย่างล้วนปรากฏอยู่ต่อหน้าเจ้า เจ้ายังคิดว่าบิดาของเจ้า กู้เทียนหลิน ถูกปรักปรำอีกหรือ?”
แววตาของกู้หมิงเฟิ่งเต็มไปด้วยความกระหายเลือด “ไม่ใช่เขา ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่เขาก็ไม่ใช่เขา! ต่อให้มีหลักฐานเหล่านี้แล้วอย่างไรเล่า เขาไม่อยู่หนานเจียง ผู้ที่เรียกระดมพลไม่ใช่เขา จากหนานเจียงมาถึงเมืองหลวง แต่ละขั้นตอนต้องผ่านด่านมากมายเท่าใด เหตุใดพวกเจ้าไม่ไปตรวจสอบคนเหล่านั้น!”
หลินชิงเวยขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย “กู้เทียนหลินเป็นเสนาบดีกรมกลาโหม สิ่งของนั้นนำมาใช้ประโยชน์อันใด หากเกิดเรื่องผิดพลาดอันใดขึ้น เขาล้วนไม่อาจพ้นความผิดได้ ได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้ดูเหมือนเจ้าจะรู้และเข้าใจสถานการณ์ทางด้านเจียงหนานอย่างยิ่ง เจ้า