เซียวจิ่นลอบตระหนกตกใจ ทว่ายังคงสงบสติอารมณ์ลงได้ เขาพูดขึ้นก่อนเซียวเยี่ยนก้าวหนึ่งว่า “คนที่อยู่ในตำหนักเป็นผู้ใด ยังไม่รายงานชื่อออกมา”
น้ำเสียงของสตรีนางนั้นห้าวหาญแหบใหญ่เฉกเดียวกัน “เดินไม่เปลี่ยนชื่อ นั่งไม่เปลี่ยนแซ่ ข้ากู้หมิงเฟิ่ง เพื่อแก้แค้นให้กับสกุลกู้ร้อยกว่าชีวิต จะให้พวกเจ้าชำระหนี้เลือดด้วยเลือด!”
เซียวจิ่นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสกุลกู้ยังมีคนผู้นี้อยู่ เขากล่าวว่า “อดีตเสนาบดีกรมกลาโหม กู้เทียนหลิน ลอบซ่องสุมกำลังทหาร มีใจคิดคดทรยศ ด้วยหลักฐานพร้อมมูล ประหารชีวิตสกุลกู้เก้าชั่วโคตร นี่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของต้าเซี่ย เจ้าเป็นคนของสกุลกู้ มีโทษสถานหนักติดตัวซ้ำยังลอบสังหารเจิ้น ย่อมมีโทษประหารอย่างเลี่ยงได้ยาก”
กู้หมิงเฟิ่งเงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดัง นางพูดอย่างเคียดแค้นเหลือแสน “บิดาของข้ากู้เทียนหลินซื่อสัตย์จงรักภักดีมาตลอดชีวิต เป็นขุนนางใจซื่อมือสะอาด เขาซ่อมสุมกำลัง มีใจคิดคดทรยศตั้งแต่เมื่อใดกัน! หากสามารถแก้แค้นให้กับสกุลกู้ได้ข้าตายก็ไม่เสียดายชีวิต สกุลกู้ทั้งตระกูลถูกปรักปรำ ต่อให้ข้าตายตกไปอยู่ใต้บาดาลทั้งเก้าย่อมตายตาไม่หลับ กลายเป็นผีก็จะกลับมาเอาชีวิตของพวกเจ้า!”
หลินชิงเวยนั่งดูอยู่ด้านข้างอย่างสงบ
ปลายนิ้วของเซียวเยี่ยนพลิกรายงานคำให้การในมือ เขาโยนรายงานฉบับนั้นลงไปเบื้องหน้ากู้หมิงเฟิ่ง “ช่างเถิด วันนี้จะให้เจ้าตายตาหลับ คดีของกู้เทียนหลินหลักฐานและบั