งดีว่าเหตุใดสกุลกู้จึงต้องรับความผิดที่ถูกปรักปรำ เป็นเพราะกู้เทียนหลินต้องการปกป้องนาง
แต่ระหว่างการปกป้องและไม่ปกป้องเกือบจะไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่ พูดให้ถูกต้องก็คือ ทางเลือกประการหลังคงจะร้ายแรงกว่าเล็กน้อย
หากกู้เทียนหลินไม่ปกป้องนาง เรื่องราวจะต้องถูกสืบสาวต่อไป สุดท้ายเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นกู้เฟิ่งหมิง เวลานั้นเมื่อฐานะของกู้หมิงเฟิ่งถูกตรวจสอบออกมา บัดนี้ความสัมพันธ์ต่อหน้าระหว่างต้าเซี่ยและอวิ๋นหนานคือผู้ปกครองและเมืองใต้อาณัติ แท้ที่จริงแล้วต่างฝ่ายต่างป้องกันอีกฝ่ายในที่ลับจึงกล่าวได้ว่าเปราะบางยิ่งนัก นางและชาวอวิ๋นหนานเกี่ยวพันถึงสถานภาพของทหารและไพร่พลที่สูญหายไป เช่นนั้นกู้เทียนหลินย่อมต้องถูกตัดสินว่าเป็นขุนนางกบฏแน่นอน สกุลกู้ทั้งหมดต่างมีชีวิตอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนและต้องแบกรับชื่อเสียงที่เสื่อมเสียเช่นกัน
กู้หมิงเฟิ่งเสียใจภายหลังหมื่นครั้ง หากนางกลับมาเร็วกว่านี้ก้าวหนึ่ง ความผิดของนาง นางย่อมยอมรับผิดด้วยตัวเอง สกุลกู้ย่อมไม่ต้องมีจุดจบเช่นนี้
เซียวจิ่นเอ่ยปากขึ้น “เช่นนั้นทหารที่ทางชายแดนรับสมัครเข้ามานับหมื่นนั้นเหตุใดจึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย? พวกเจ้าสมคบคิดกับเซี่ยนอ๋องอย่างลับๆ ใช่หรือไม่ หากเจ้าสารภาพความจริงออกมา เจิ้นละเว้นโทษตายให้เจ้า”
กู้หมิงเฟิ่งเงยหน้าขึ้น น้ำตานองหน้า แต่สายตาที่นางมองเซียวจิ่นยังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชังอันเข้มข้น “ท่านพ่อของข้าจงรักภ