โคตรจึงไม่มีผู้ใดนึกถึงเจ้า?”
คำพูดของหลินชิงเวยช่างกระทบกระเทือนจิตใจ มันแทงใจดำกู้หมิงเฟิ่ง เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสกุลกู้ล้วนทำให้นางเจ็บปวดประหนึ่งอยู่มิสู้ตาย นางแค่นหัวเราะเสียงเย็น “อย่างไร เศษสวะเช่นข้าหนีรอดไปได้ ทำให้พวกเจ้านอนไม่หลับใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยมองนางขึ้นๆ ลงๆ อย่างประเมินท่าที “ทั้งๆ ที่เจ้าเป็นสตรีคนหนึ่ง เหตุใดต้องแต่งตัวเป็นบุรุษ? เจ้าดูเจ้าสิ ทำให้ผิวพรรณและมือทั้งคู่หยาบกระด้าง ทำให้เสียงของเจ้าแหบใหญ่ ทำเช่นนี้แล้วก็ไม่มีใครพบว่าเจ้าเป็นสตรีคนหนึ่งแล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้า!” กู้หมิงเฟิ่งเงยหน้ากล่าวอย่างคับแค้นใจ “เจ้าสังหารข้าได้ แต่เจ้าลบหลู่ดูหมิ่นข้าไม่ได้ เป็นบุรุษหรือสตรีแล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย!”
หลินชิงเวยยกยิ้มมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หากเจ้าเป็นสตรี สังหารเจ้าก็ทำให้เจ้าได้เปรียบน่ะสิ ไม่สู้ให้เจ้าไปเป็นนางบำเรอของขุนนาง เป็นบ่าวไพร่และร่ายรำให้พวกเขาชั่วชีวิต ยังจะมีประโยชน์ซะกว่า” สีหน้ากู้หมิงเฟิ่งที่ซีดเผือดอยู่แล้วยิ่งขาวลงอีก แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยคับแค้นใจ เพียงแต่หลินชิงเวยไม่เกรงกลัวสักนิด ทางหนึ่งหัวเราะร้ายกาจพร้อมกับยื่นมือออกไปลูบหน้าอกของกู้หมิงเฟิ่งครั้งหนึ่ง
กู้หมิงเฟิ่งพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
หลินชิงเวยกลับพูดว่า “นุ่มมาก ให้ความรู้สึกมือไม่เลวเลยทีเดียว”
นาทีถัดมาเป็นเสียงเคลื่อนไหวของโซ่ตรวน กู้หมิงเฟิ่งยกมือขึ้นตว