นนี้ มือทั้งคู่ของเซียวจิ่นจิกลงไปบนเท้าแขนเก้าอี้มังกรอย่างไม่รู้ตัว นิ้วนั้นเกร็งเสียจนขึ้นข้อขาว
กู้หมิงเฟิ่งเงยหน้าขึ้นในเวลานี้ นางจ้องหลินชิงเวยเขม็งและพูดออกมาทีละคำ “ไม่ใช่เซี่ยนอ๋อง ข้าบอกแล้วว่าไม่มีผู้ใดช่วยข้าเข้ามา ข้าตกอยู่ในมือของพวกเจ้า จะฆ่าก็ฆ่า!”
หลินชิงเวยทอดถอนใจ “เจ้าจ้องมองข้าทำอันใด ผู้ที่ถามเจ้าคือเซ่อเจิ้งอ๋อง เจ้าควรตอบเขามิใช่หรือ? กลับมองข้าเพื่อต้องการให้ข้าเชื่อคำพูดของเจ้า ทำเรื่องใดล้วนสลับกันไปหมด”
เซียวเยี่ยนไม่จำเป็นต้องถามย่อมกระจ่างแจ้งได้ทันทีว่าคำพูดของกู้หมิงเฟิ่งเป็นจริงหรือเท็จ
กู้หมิงเฟิ่งรู้ว่าสตรีที่นั่งอยู่ด้านข้างผู้นี้มีความเก่งกาจหลายส่วน นางมิใช่คนไม่เคยผ่านโลกมา ดังนั้นต่อมาไม่ว่าเซียวเยี่ยนและเซียวจิ่นถามอะไร นางล้วนปิดปากสนิทไม่ยอมตอบ นางตกอยู่ในมือของพวกเขาก็ไม่คาดหวังว่าตนจะมีทางรอดชีวิต
อย่างไรก็แค่ตายในเมื่อนางมาแล้วย่อมไม่คิดจะมีชีวิตรอดออกไป เพียงแต่เสียดายที่ไม่อาจสังหารฮ่องเต้ทรราชและขุนนางกังฉินผู้นี้!
หลินชิงเวยกลับยกกระโปรงลุกขึ้นยืนในเวลานี้ “หากฝ่าบาทและเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ถือสา ให้หม่อมฉันลองถามนางนะเพคะ”
เซียวจิ่นพยักหน้า เซียวเยี่ยนไม่พูดจา ชัดเจนว่าความเงียบของเขาคืออนุญาต
หลินชิงเวยเดินมานั่งแปะอยู่เบื้องหน้ากู้หมิงเฟิ่ง มองหน้านางและถามขึ้นว่า “สกุลกู้ยังมีคนเช่นเจ้าอยู่ด้วยหรือ เหตุใดเมื่อสกุลกู้ถูกประหารเก้าชั่ว