ิน เจ้าต้องการเท่าใด บอกราคามา เปิ่นหวางจะให้เจ้า หากเจ้าต้องการหยก…” เขาเม้มปาก “ชิ้นนี้ไม่ได้ เปิ่นหวางจะหาหยกชิ้นอื่นมาให้เจ้าในวันหน้า ดีหรือไม่?”
นี่เขากำลังปรึกษาหารือกับตนใช่หรือไม่?
หลินชิงเวยจิตใจหวั่นไหว “เสด็จอาจะหาหยกชิ้นใหม่มาแลกเปลี่ยนกับข้า นั่นถือเป็นสิ่งของแทนใจที่มอบให้กับข้าใช่หรือไม่?”
เส้นเลือดสีเขียวข้างขมับของเซียวเยี่ยนกระตุกสองครั้ง “ไม่ใช่”
“ในเมื่อไม่ใช่ เช่นนั้นยังมีอะไรต้องให้พูดคุยอีกเล่า ต่อให้เสด็จอานำสิ่งของที่มีราคายิ่งกว่านี้มา” หลินชิงเวยยิ้มจนดวงตาโค้งลง ยิ่งเซียวเยี่ยนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง นางยิ่งเบิกบานใจ “ข้าก็ไม่ยอมแลกด้วย เสด็จอาจะค้างที่ตำหนักของข้าหรือไร หากไม่ใช่ เช่นนั้นข้าไม่ส่งนะ”
เซียวเยี่ยนย่อมรู้ดีว่าการที่เขารั้งอยู่ที่นี่เพื่อเอาชนะคะคานกับหลินชิงเวยต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด ได้แต่เดินผ่านร่างของหลินชิงเวยไปอย่างเย็นชา ก่อนจะออกประตูไปเขากล่าวว่า “มอบสิ่งของของเปิ่นหวางคืนมา เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางกำลังทำร้ายเจ้าหรือ”
หลินชิงเวยเบ้ปากพูดว่า “บุรุษเช่นท่านนี้ช่างไร้มโนธรรมจริงๆ เพิ่งจะดูแลปรนนิบัติท่าน ท่านก็เปลี่ยนสีหน้าไม่รู้จักผู้อื่น” นางปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจพูดผ่านประตูกั้นว่า “รอให้วันใดท่านกระจ่างแจ้งว่าข้าต้องการอะไร ข้าค่อยคืนให้ท่าน”
ดอกไม้ไฟด้านนอกส่งเสียงดังอยู่ค่อนคืน อาจเพราะด้วยภายหลังไม่มีคนชื่นชมอีกต่อไปจึงหยุด