จุดดอกไม้ไฟในที่สุด เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นภายในตำหนักฉางเหยี่ยนเต็มไปด้วยความสับสนยุ่งเหยิง หลินชิงเวยพลิกตัวมือข้างหนึ่งทาบลงเสาเตียงข้างหนึ่งกลับไม่ระวังถูกบาดแผลของนาง เจ็บเสียจนนางร้องซี๊ดแทบหมดกะจิตกะใจที่จะนอนต่อ
ขณะที่นางลืมตาขึ้นก็ประสานเข้ากับดวงตาดำขลับกระจ่างใสคู่หนึ่ง นางตกใจเสียจนลุกขึ้นมานั่งแล้วซุกกายเข้าไปในผ้าห่ม เมื่อจับจ้องสายตาอีกครั้ง เป็นซินหรูที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงของนาง นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “ซินหรู เช้าตรู่เช่นนี้หากเจ้าไม่นอนแล้วเจ้าก็ไปออกกำลังกายข้างนอกได้ วิ่งออกกำลังกายก็ได้…”
ซินหรูยกแขนของหลินชิงเวยขึ้นมา “พี่สาวท่านหกล้มใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านได้รับบาดเจ็บ”
หลินชิงเวยมองแขนของตนแวบหนึ่ง ข้างบนยังมีรอยเลือดเล็กน้อย นอกจากรู้สึกปวดแผลเล็กน้อยนอกนั้นก็ไม่มีอะไร
คิดดูแล้วนางก็สู้สุดชีวิตเช่นกัน หากอยู่ในยุคสมัยปัจจุบันบาดแผลที่แขนลึกขนาดนี้อย่างไรก็ต้องแอดมิตในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวัน ต้องให้น้ำเกลือทุกวัน ต้องดูแลอย่างละเอียดแล้วละเอียดอีก ไหนเลยจะเหมือนเวลานี้ เย็บแผลอย่างลวกๆ ใส่ยาเล็กน้อยแล้วพันแผล วันรุ่งขึ้นลุกขึ้นมายังเต็มไปด้วยกระปรี้กระเปร่า
คนในยุคสมัยโบราณไฉนจึงได้มีน้ำอดน้ำทนเช่นนี้
ยามนี้ข้างนอกเสียงดังวุ่นวาย ดูท่าแล้วนางคงไม่อาจฟื้นตัวอย่างสงบ
ซินหรูเอ่ยขึ้นอีกว่า “ได้ยินว่าเมื่อคืนฝ่าบาทพบมือสังหาร พี่สาวช่วยฝ่าบาทโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนจึงได้ร