ับบาดเจ็บที่แขนและเสียเลือดไปมากเจ้าค่ะ” นางสูดปากเล็กๆ ของนาง ดูท่าทางแล้วปวดใจเหลือแสน ทำให้หลินชิงเวยถึงกับใจอ่อนยวบ
หลินชิงเวย “บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้แต่สามารถช่วยชีวิตฝ่าบาทได้ เจ้าว่าคุ้มค่าหรือไม่?”
ซินหรูถอนใจ “สามารถช่วยชีวิตฝ่าบาทได้นั้นย่อมดีเจ้าค่ะ แต่พี่สาวไม่ควรได้รับบาดเจ็บ ผู้บุกรุกคนนั้นช่างอำมหิตนัก!” การที่ฮ่องเต้ได้รับความตื่นตระหนกแต่รอดพ้นจากอันตราย ในใจนางยังคงรู้สึกว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งแล้ว
หลินชิงเวยบีบแก้มกลมๆ ของนาง “ข้าจำได้ว่าคนในตำหนักฉางเหยี่ยนมีไม่มาก แต่กลับได้รับข่าวสารรวดเร็วเช่นนี้ พวกเขากำลังเอะอะโวยวายอะไรกันด้านนอก?”
ซินหรูได้ยินเช่นนั้นจึงมีสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมา “พี่สาวยังไม่รู้อะไร ข่าวนี้มาถึงตำหนักฉางเหยี่ยนตั้งแต่เช้าตรู่ ยังมีพระราชโองการของฝ่าบาท บอกว่าพี่สาวมีความดีความชอบจากการถวายอารักขาจึงประทานรางวัล ประทานสิ่งของมีค่ามามากมายเจ้าค่ะ”
หลังจากหลินชิงเวยล้างหน้าบ้วนปากแล้วจึงออกไปดู ดียิ่งนัก สิ่งของที่ประทานมานั้นเกือบจะกองเต็มลานเรือนด้านหน้าเลยทีเดียว ปี้หลิงกำลังสั่งการให้นางกำนัลขนย้ายสิ่งของไปมา
ตำหนักฉางเหยี่ยนในวันนี้ นับได้ว่ามีหน้ามีตากับผู้อื่นบ้างแล้ว
ปี้หลิงเห็นหลิงชิงเวยเข้ามาจึงรีบเดินเข้ามาด้วยความยินดีปรีดา “บ่าวถวายพระพรเหนียงเหนียงเพคะ เหนียงเหนียงรีบมาดูเพคะ ฝ่าบาททรงประทานสิ่งของมามากมาย”
หลินชิงเวยดูสิ่งของหีบแล้วห