งผ้าโปร่งสีแดงสดปักด้วยลวดลายดอกกล้วยไม้และคล้ายกับมีกิ่งหลิว ลายปักนั้นเป็นความงดงามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน และกระโปรงสีแดงสดเมื่ออยู่บนร่างของนางแล้วกลับให้ความรู้สึกพอเหมาะพอเจาะไม่เกินหน้าเกินตาแม้แต่น้อย กลับดูเหมือนเป็นสีที่ทำมาเพื่อนางเป็นการเฉพาะ เส้นผมสีดำขับให้ผิวพรรณของนางขาวนวลอมชมพู ราวกับลิ้นจี่ที่ปอกเปลือกออกแล้วก็มิปาน
ตามจังหวะการเยื้องย่างของนาง สายตาของเหล่าขุนนางล้วนตามติดย่างก้าวของนาง
เมื่อดูลักษณะท่าทางของนางอีกครั้ง รูปหน้าคมเข้ม ดวงตาทั้งคู่สว่างใสประหนึ่งไข่มุกราตรี มีความงดงามดึงดูดสายตาแตกต่างจากสตรีอื่นๆ อย่างชัดเจน บุคลิกนางดูไปแล้วคล้ายนางปีศาจตนหนึ่ง
นี่มิใช่จู๋กุ้ยเหรินหรอกหรือ
หลินชิงเวยเคยมีวาสนาได้พบหน้านางครั้งหนึ่ง ไม่สิ พูดให้ถูกต้องก็คือสิ่งที่นางรู้มานั้นดูเหมือนจะมากเกินไปสักหน่อย
หลังจากไทเฮาประทับนั่งลงในตำแหน่งที่นั่งด้านซ้ายของเซียวจิ่น คนทั้งหมดในตำหนักลุกขึ้นแสดงการคารวะอีกครั้ง ต่อมานางสนมทั้งหมดล้วนนั่งฝั่งเดียวกับหลินชิงเวย
จ้าวเฟยเป็นคนหยิ่งผยอง วันนี้นางมาพร้อมกับไทเฮาอย่างน้อยก็ได้พึ่งบารมี แต่นางคิดไม่ถึงว่าหลินชิงเวยได้นั่งอยู่ที่นั่นก่อนหน้านางก้าวหนึ่ง เมื่อจ้าวเฟยหันมาทางหลินชิงเวยในขณะที่ไม่มีคนสังเกตเห็น นางมองหลินชิงเวยด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับแค่นเสียงเย็นเมื่อสะบัดกระโปรงเดินผ่านหลินชิงเวย
จ้าวเฟยนั่งลงข้างๆ หลินชิงเว