อกไป หลินชิงเวยหันกลับไปดูเงาร่างในอาภรณ์สีม่วง รูปร่างสูงใหญ่ ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามด้วยต้นไม้ดอกไม้ ทว่ากลับมิอาจบดบังความงามของเขาได้
เซียวจิ่นเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา เขาพูดกลั้วหัวเราะอย่างอ่อนโยนโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ชิงเวย เสด็จอาอนุญาตให้เจ้าไปด้วย เจ้าจะแต่งตัวใหม่สักหน่อยหรือไม่?”
“แต่งตัวอย่างไรเพคะ?” หลินชิงเวยก้มหน้าลงมองตัวเอง “จำเป็นต้องแต่งตัวอย่างไรเพคะ?”
เซียวจิ่นยกมือที่กำเป็นหมัดหลวมๆ ขึ้นแตะมุมปาก กระแอมกระไอครั้งหนึ่ง “เจ้าเป็นเจาอี๋ของเจิ้น และเป็นประมุขในตำหนักของตน คืนนี้มีสายตาของผู้คนมากมายหากต้องการให้เป็นที่ดึงดูดสายตาสักหน่อย ย่อมต้องแต่งกายประทินโฉมให้ประณีตสักหน่อย นางสนมคนอื่นๆ ในตำหนักในล้วนเป็นเช่นนั้น”
หลินชิงเวยกล่าว “เหตุใดหม่อมฉันต้องแต่งตัวให้ผู้อื่นดูเพคะ?” เซียวจิ่นตกตะลึง หลินชิงเวยพูดด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “อีกทั้งมีฝ่าบาทที่เป็นประหนึ่งพระที่มีชีวิตองค์หนึ่งอยู่ด้วย หม่อมฉันเดินเข้าเดินออกพร้อมฝ่าบาท ยังคิดว่าดึงดูดสายตาไม่พออีกหรือเพคะ?”
สีหน้าของเซียวจิ่นปรากฏให้เห็นสีแดงระเรื่อ “ชิงเวย เจ้าพูดถูกต้อง ที่จริงเจ้าเป็นอย่างนี้ก็งดงามอยู่แล้ว”
หลินชิงเวย “ฝ่าบาท พระองค์คงมิได้กำลังเขินอายกระมัง?” นางพูดอย่างเอาจริงเอาจัง ทว่าในคำพูดนั้นกลับคิดที่จะลบล้างความรู้สึกอ่อนไหวของเด็กน้อยคนนี้ “แม้หม่อมฉันจะเป็นเจาอี๋ของฝ่าบาท แต่ยังคง