หลินชิงเวยยอบกายลงถวายพระพร กล่าวสั้นๆ ว่า “ถวายพระพรไทเฮาเพคะ”
เพียงครู่เดียวรองเท้าหงส์ของไทเฮาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้า ชายกระโปรงสีทองสะท้อนแสงระยิบระยับ เหมือนองค์พระโพธิสัตว์ทองคำที่ปรากฏอยู่ข้างกายหลินชิงเวย นางหยุดย่างก้าวแล้วหลุบตาลงใช้หางตามองหลินชิงเวย
ชัดเจนยิ่งนักว่านางไม่มีสีหน้าเมตตาเช่นองค์พระโพธิสัตว์ทองคำ
ไม่รอให้ไทเฮาเอ่ยปาก หมัวมัวข้างกายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “หลินซื่อช่างบังอาจนัก เห็นไทเฮาแล้วยังไม่คุกเข่าลงอีก! ผู้ใดสอนให้เจ้าถวายพระพรเยี่ยงนี้?!”
หลินชิงเวยตอบอย่างไม่รู้สึกต่ำต้อย “เป็นฝ่าบาทเพคะ”
หมัวมัวผู้มีใบหน้าดุร้ายเหี้ยมโหดนั้นถึงกับเอ่ยวาจาไม่เป็นไปชั่วขณะ
ยามนี้ไทเฮาจึงเริ่มเอ่ยปาก “เจ้ามีฐานะเป็นเจาอี๋ของฝ่าบาท ไฉนจึงมาปรากฏกายอยู่ที่เซ่อเจิ้งอ๋องนี่?”
หลินชิงเวยตอบ “เซ่อเจิ้งอ๋องป่วยหนักเพคะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้หม่อมฉันอยู่ที่นี่เพื่อถวายการรักษาให้กับเซ่อเจิ้งอ๋องเพคะ”
ไทเฮาแค่นหัวเราะเสียงเย็น “มาดูแลอาการป่วยของเซ่อเจิ้งอ๋อง? หมอหลวงในวังหลวงแต่ละคนล้วนตายกันหมดแล้วหรือไร?”
หลินชิงเวยตอบอย่างมีหลักการ “หาใช่ไม่เพคะ เพียงแต่ฝ่าบาทจะทรงวางพระทัยมากกว่าหากหม่อมฉันลงมือรักษาด้วยตนเองเพคะ”
“เจ้าเอ่ยประโยคหนึ่งอ้างฝ่าบาทประโยคหนึ่ง คงมิใช่ต้องการยกฝ่าบาทมากดข่มเปิ่นกง?” ไทเฮาเห็นนางขัดหูขัดตาเป็นที่สุด ทันทีที่มีโอกาสให้นางจับได้มีหรือจะยอมปล่