รีบหันกายจากไป เขาเหินกายเพียงไม่กี่ครั้งก็มองไม่เห็นเงาร่างของเขาอีก
ภายในตำหนักซวี่หยางกว้างใหญ่ ที่พักของเซียวเยี่ยนอยู่ในตำหนักซวี่หยางเช่นกัน เพียงแต่เป็นตำหนักข้างที่แยกออกมา อยู่ห่างจากตำหนักหลักของเซียวจิ่นออกมาเล็กน้อย
นางกำนัลที่ปรนนิบัติรับใช้ในตำหนักข้างนั้นน้อยเหลือหลาย กิจวัตรในชีวิตประจำวันเซียวเยี่ยนล้วนไม่ให้ผู้ใดมาปรนนิบัติรับใช้ ดังนั้นทุกวันเมื่อล่วงเข้าสู่ยามราตรี นางกำนัลเพียงแต่มาจุดโคมไฟภายในตำหนักข้างแล้วจะออกไปจากที่นี่ทันที
เซียวเยี่ยนเดินไปเดินมาแล้วหันมากล่าวกับหลินชิงเวย “เจ้ากลับไปเถิด หากมีคนพบเห็นเข้าจะเป็นเรื่องไม่ดีต่อเจ้า”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างสบายใจเฉิบ “หม่อมฉันเป็นเจาอี๋ หากให้ผู้คนพบเห็นว่าเข้าออกตำหนักบรรทมของเสด็จอา ย่อมตกเป็นขี้ปากของผู้อื่นอย่างง่ายดาย” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวอีกว่า “แล้วอย่างไรเล่า เมื่ออยู่ในสำนักหมอหลวงเสด็จอาถึงกับใส่ยาให้หม่อมฉันด้วยตนเอง ยามนั้นไฉนเสด็จอาไม่ตรัสเช่นนี้บ้างเล่า?”
เซียวเยี่ยนรู้ดีเช่นกันว่าไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร คืนนี้หลินชิงเวยไม่มีทางยอมกลับไปอย่างเชื่อฟัง ดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก
มาถึงตำหนักอวี้หลิง เซียวเยี่ยนผลักประตูตำหนักบรรทมของเขาแล้วเดินนำเข้าไปก่อน
แสงจากโคมไฟผ้าโปร่งส่องให้ภายในห้องมีสีเหลืองนวล หลินชิงเวยยืนมองอยู่หน้าประตู ภายในห้องสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบยิ่ง นอกจากสิ่งของจำเป็นที่ควรมี