เจิ้งอ๋องถูกลอบสังหาร นอกจากคนที่ติดตามมาด้วยแล้ว ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซียวจิ่น
เวลานี้คาดว่าเซียวจิ่นน่าจะเข้านอนแล้ว เซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยย่อมไม่รบกวนเขา ทันทีที่หลินชิงเวยลงจากรถม้าก็หันไปสั่งการองครักษ์ผู้ติดตาม “ไปตำหนักฉางเหยี่ยนนำล่วมยาของข้ามา”
องครักษ์ผู้ติดตามมีท่าทีลังเลใจ ยืนอยู่ที่นั่นไม่ขยับ
เซียวเยี่ยนไม่เอื้อนเอ่ยวาจา เขาไม่อาจเอ่ยอนุญาต อีกทั้งในวังหลวงมิใช่มีหมอหลวงหรือ
สีหน้าของเซียวเยี่ยนขาวซีดจนน่าเวทนา แต่ท่าทางการเดินเหินของเขากลับเหมือนคนปกติ “เวลาไม่เช้าแล้ว ส่งหลินเจาอี๋กลับไปเถิด แล้วไปเรียกตัวหมอหลวงที่สำนักหมอหลวงมาตำหนักของเปิ่นหวางคนหนึ่ง เรื่องนี้จะทำอย่างเอิกเกริกไม่ได้”
ไม่รอให้องครักษ์ผู้ติดตามปฏิบัติตามคำสั่ง หลินชิงเวยใช้หางตาตวัดมองผู้ติดตามแวบหนึ่ง แววตาคมปลาบที่มองกราดมาราวกับมีแรงกดดันที่มองไม่เห็นชนิดหนึ่ง ทำให้หัวใจของเขาถึงกับสะดุด หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “ท่านคิดว่าหมอหลวงของสำนักหมอหลวงเก่งกาจกว่าข้า? เช่นนั้นก็ได้ ให้สุนัขรับใช้ของท่านไปเชิญหมอหลวง วันรุ่งขึ้นให้หมอหลวงถวายการรักษาขาทั้งคู่ของฮ่องเต้ต่อไป”
เซียวเยี่ยนไม่พูดจา หลินชิงเวยจึงหันไปกล่าวกับผู้ติดตาม “ยังมัวโง่งมอะไรกันอยู่อีก ยังไม่รีบไปตำหนักฉางเหยี่ยน! ต้องการให้ข้าบอกเจ้าหรือไม่ว่าไปทางไหน?”
องครักษ์ผู้ติดตามกระจ่างแจ้งว่าเซียวเยี่ยนยอมประนีประนอมแล้ว จึง