ียเลือดไปมาก พวกเราต้องรีบกลับไปห้ามเลือดและรักษาบาดแผล” ครานี้เป็นเซียวเยี่ยนบ้างที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ หลินชิงเวยถามขึ้นอีกครั้ง “ท่านยังยืนไหวหรือไม่? ยังเดินไหวหรือไม่?”
เนิ่นนานผ่านไปเซียวเยี่ยนจึงกลับสู่ภาวะปกติ เขาพยักหน้าเรียบๆ
หลินชิงเวยประคองให้เขายืนขึ้น สิ่งของมากมายที่จับจ่ายไว้นั้นกระจัดกระจายเต็มพื้น ไม่ว่าใครก็ไม่มีกะจิตกะใจไปเก็บสิ่งของที่เปื้อนรอยเลือดเหล่านั้น
เมื่อเซียวเยี่ยนลุกขึ้น ดอกกล้วยไม้ที่ประดับเอวดอกนั้นร่วงหล่นลงบนพื้นมันถูกโลหิตย้อมให้เป็นสีแดงสดทันที
อันใดที่ว่าป้องกันเภทภัยล้วนเป็นการปลอบใจให้สงบเท่านั้น หากต้องเผชิญหน้ากับเรื่องอันใดล้วนต้องอาศัยตนเองทั้งสิ้น
คนทั้งสองไม่ต้องการผ่านตลาดนัดกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจของผู้คน หากทำเช่นนั้นเกรงว่ายังไม่ทันได้กลับถึงวังหลวงก็คงต้องถูกเจ้าหน้าที่ของจวนว่าการจับกุมตัวไปไต่สวนเป็นแน่
เซียวเยี่ยนคุ้นเคยกับเมืองหลวงแห่งนี้ เขาจึงได้แต่พาหลินชิงเวยเดินลัดเลาะทะลุตรอกเล็กๆ ท่ามกลางความมืดกลับไปยังถนนที่รถม้าหยุดรออยู่
ยามนี้หากมีมือสังหารอีกชุดหนึ่ง คนทั้งสองล้วนไม่มีเรี่ยวแรง มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เคราะห์ดีที่ตลอดทางที่เดินกลับไปถึงรถม้าไม่พบมือสังหารอีก คนบังคับม้ายืนเฝ้าอยู่ที่นั่นอย่างซื่อสัตย์ เขาตื่นตระหนกกระทั่งวิญญาณแทบจะหลุดออกจากเรื่องเมื่อเห็นเซียวเยี่ยนและหลิ