เซียวเยี่ยนมองดอกกล้วยไม้ที่ประดับช่วงเอวของตน เขามีความคิดที่จะดึงมันทิ้งไปด้วยอารมณ์ชั่วแล่นแต่กลับได้ยินหลินชิงเวยถามว่า “งดงามหรือไม่เจ้าคะ?”
“…” เขาสามารถอดทนไม่ดึงมันทิ้งไปก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว นางยังกล้าถามเขาอีก? เซียวเยี่ยนหรี่ดวงตาหงส์อันเรียวยาวคู่นั้น ถามกลับว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
หลินชิงเวยกล่าว “ข้าคิดว่างดงามยิ่งนักเจ้าค่ะ หวังว่าดอกกล้วยไม้นี้จะช่วยท่านขจัดปัดเป่าเพทภัยและสิ่งไม่ดี ขอให้ท่านปลอดภัย มีลาภยศเงินทองตลอดชีวิต” นางพูดขึ้นด้วยท่าทางก้ำกึ่งระหว่างทีเล่นทีจริงและเป็นการเป็นงาน
เซียวเยี่ยนไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับไปอย่างไรชั่วขณะ
หญิงสาวเร่ขายดอกกล้วยไม้เม้มปากหัวเราะ เซียวเยี่ยนจับจูงมือหลินชิงเวยออกจากสถานที่แห่งนั้น คนทั้งสองห่างจากริมแม่น้ำออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “นี่ มาถึงริมแม่น้ำแล้ว ไม่ไปเล่นน้ำสักหน่อยหรือ? ดูเหมือนทางนั้นจะครึกครื้นยิ่งนัก”
ราวกับรูปร่างสูงใหญ่ของเซียวเยี่ยนเป็นเสมือนอาวุธอันคมปลาบในการเบิกทาง เขาเดินไปถึงข้างหน้าสุดพร้อมกับกุมมือของหลินชิงเวยเอาไว้แน่นหนาและเอ่ยเสียงเย็นว่า “เดินเที่ยวก็เดินแล้ว คลุ้มคลั่งพอแล้วกระมัง ยามนี้ควรกลับไปได้แล้ว”
บนใบหน้าของหลินชิงเวยยังคงเปื้อนยิ้มและไม่ได้คัดค้านต่อต้าน เมื่อเดินมาจนใกล้จะสุดถนนของถนนสายยาวนี้ นางถามขึ้นว่า “ท่านอา พวกเราซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ กลับไปให้ซินหรูและเ