ซียวจิ่นดีหรือไม่เจ้าคะ?”
เซียวเยี่ยนขุ่นเคืองใจแล้วจริงๆ เขาเดินมาถึงสะพานหินแห่งหนึ่งจึงหันหน้ากลับมามองนาง “เจ้าคิดว่าข้าวของห่อใหญ่ห่อเล็กเหล่านี้น้อยเกินไปใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยอมยิ้มไม่พูดไม่จา เพียงแต่ก้มหน้าลงมองมือของเซียวเยี่ยนที่จับจูงมือของตน เซียวเยี่ยนจึงปล่อยมือนางทันที
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองแปลกประหลาดเล็กน้อยทันทีอีกทั้งไม่มีใครพูดจา ร่างของหลินชิงเวยเอนไปด้านหลังพิงกับรั้วหินของสะพานเล็กน้อย นางกระโดดขึ้นไปนั่งบนรั้วหินของสะพานนั้น ใต้สะพานเล็กๆ นี้ก็คือแม่น้ำที่ไหลผ่านกลางตัวเมืองหลวงไปบรรจบที่แม่น้ำอาฉ่ายเหอที่เป็นแม่น้ำที่แยกออกไปด้านข้าง ตลาดนัดกลางคืนทางด้านถนนสายหลักทางใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ทางด้านนี้ยิ่งเงียบเหงาเนิ่นนานก็ยังไม่เห็นเงาร่างของผู้คน แม่น้ำสายเล็กที่แยกตัวออกไปคดเคี้ยวเลี้ยวลดเสมือนถูกย้อมด้วยหมึกสีดำอันเข้มข้นแล้วไหลไปรวมกับสายน้ำ
หลินชิงเวยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ นางหลุบตาลงครึ่งๆ ด้วยรอยยิ้มพร่างพราว ริมฝีปากของนางกำลังยิ้มเช่นกันไม่รู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ส่งผลให้คนไม่อาจละเลื่อนสายตาไปจากนางได้ บางครั้งนางยิ้มร้ายกาจ บางครั้งนางยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ
ราวกับเซียวเยี่ยนได้อยู่ร่วมกับนางมาเนิ่นนานแล้วเขาเรียนรู้ที่จะ “ดูสีหน้าคน” สองส่วน เขาคิดว่าหลินชิงเวยในยามนี้ยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ไม่รู้ว่าในใจนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
สตรีนางนี้