“ทำอันใด?”
“จับมือเพื่อสร้างสันติ” หลินชิงเวยจับมือของเซียวเยี่ยนแล้วใช้มือของตนจับมืออันใหญ่โตของเขา นางขมวดคิ้วและคิดจะคลายคิ้วที่ขมวดมุ่น ทว่ากลับมุ่นคิ้วอีกเล็กน้อยด้วยความสับสน
สัมผัสของฝ่ามือนั้น ความหยาบกร้านเล็กน้อยกลับทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
หลินชิงเวยหยิบมือข้างนั้นขึ้นมาค่อยๆ ยื่นมาแตะลำคอของตน นางอยากลองดูว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เมื่อสัมผัสกับผิวบริเวณลำคอของนางจะเป็นความรู้สึกที่ทำให้นางอ่อนไหวอย่างคุ้นเคยหรือไม่
เพียงแต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ สายตาของเซียวเยี่ยนก็มืดครึ้มทันที เขาดึงมือของตนกลับไปพร้อมกับประสานสายตาท้าทายและมองทุกอย่างกระจ่างแจ้ง “เปิ่นหวางขอเตือนเจ้า ให้สงบเสงี่ยมสักหน่อยจะดีที่สุด อย่าคิดว่าเราชำระความแค้นเลิกแล้วต่อกันแล้วเจ้าจะมีกระทำตนกำเริบเสิบสานได้อีก”
หลินชิงเวยกล่าว “ท่านกำลังกลัวหรือไม่อยากยอมรับ?” นางพยักหน้าและยกยิ้มมุมปาก สีหน้าท่าทางที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านั้นไม่ใช่นางในวัยอ่อนเยาว์นี้ เห็นแล้วทำให้คนรู้สึกหลงใหลคลั่งไคล้ชนิดหนึ่ง “แม้ว่าคนเช่นท่านจะไม่ได้โดดเด่นอันใด นอกจากรูปงามแล้ว ดูเหมือนนอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรให้คนลุ่มหลง ทว่าต่อให้บุรุษคนนี้จะย่ำแย่ยิ่งกว่านี้ รังเกียจก็ดี ดูแคลนก็ช่าง ข้าก็ไม่ใช่คนกล้าทำไม่กล้ารับกระทั่งไม่ยอมรับเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น”
เซียวเยี่ยนพักผ่อนพอสมควรแล้วเขาจึงสะบัดอาภรณ์แล้วลุกขึ้น แผ่นหลังของเขาเหยี