ยดตรงอาภรณ์สีม่วงส่งให้เขาสูงศักดิ์ไร้ผู้ใดเทียบเทียม เขาเดินออกไปอย่างสง่างาม “เปิ่นหวังไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดสิ่งใดอยู่”
หลินชิงเวยหัวเราะขึ้นมาอย่างปราศจากสาเหตุ นางลุกขึ้นด้วยท่าทีเกียจคร้านและจัดกระโปรงของตน ช้อนตาขึ้นกล่าวว่า “คงมีสักวันหนึ่งที่หม่อมฉันจะทำให้เสด็จอากระจ่างแจ้งอย่างแท้จริงได้” เมื่อนางเดินออกนอกห้องเห็นเซียวเยี่ยนเกือบจะเดินออกเรือนตะวันออกแล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดังกังวานว่า “เสด็จอา วันนี้ยามบ่ายยังไม่กลับวังหลวงก่อนเถิด คืนนี้ยังมีงานเลี้ยงอีกพวกเรายังต้องชมละครฉากเด็ดอีกฉากหนึ่งเพคะ”
เซียวเยี่ยนไม่ได้หยุดชะงักเพื่อตอบนาง ทว่านางรู้ดีว่าเขาจะไม่ไปจากที่นี่เพียงลำพังแน่นอน หาไม่แล้วหากปล่อยนางไว้นอกวังคนเดียวเช่นนี้ นางคงจะทำเรื่องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินออกมา
มหาเสนาบดีหลินเห็นเซียวเยี่ยนออกมาจากเรือนตะวันออกด้วยท่าทีปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวใจทั้งดวงที่หวั่นวิตกจึงวางลงได้ในที่สุด เซียวเยี่ยนไม่มีท่าทีติดใจเอาความอันใด และที่หาได้ยากยิ่งก็คือเขายินดีที่จะรั้งอยู่ต่อเพื่อร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้
มีเซ่อเจิ้งอ๋องและเซี่ยนอ๋องมาเป็นแขกของจวนสกุลหลิน ต่อให้บรรดาแขกเหรื่อที่ปรารถนาจะจากไปในเวลานี้ ไหนเลยจะกล้าหาญเล่าอีกทั้งวันนี้สนุกสนานครึกครื้นยิ่งนัก ด้วยที่นี่เปิดการแสดงละครดีๆ เรื่องแล้วเรื่องเล่า
ต่อมาเซียวเยี่ยนได้ยินเรื่องที่จ้าวซื่อตกน้ำเมื่อยามบ่าย เขา