บอกกับตนเองว่ามิน่าเล่าไม่พบกันเพียงครู่เดียวเท่านั้น หลินชิงเวยก็ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสียแล้ว ที่แท้นางก็ตกน้ำเช่นกัน
น้ำในวสันตฤดูมีความอบอุ่นอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ยังหนาวเย็นอยู่ดี หลินชิงเวยไม่ได้ใส่ใจต่อสุขภาพของตนมากนักจึงเริ่มจามขึ้นมาในยามบ่าย มหาเสนาบดีหลินรีบให้คนไปต้มน้ำขิงมาให้นางดื่ม ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ยามพลบค่ำในจวนเริ่มจัดเวทีการแสดงละคร เทียนสุ่ยหยวน ซึ่งเป็นคณะละครที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงได้มาถึงจวนเพื่อเตรียมการแสดง
เทียนสุ่ยหยวนเป็นคณะละครหลีหยวน[1]ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง อุปรากรณ์ในคณะทั้งบุรุษและสตรีล้วนหน้าตางดงามอ่อนเยาว์ราวกับคั้นน้ำออกมาได้ทุกคน การร่ายรำและการแสดงของพวกเขาเป็นที่น่าจดจำไปสามวันสามคืนก็ไม่ลืมเลือนเลยทีเดียว
เห็นได้ว่าครั้งนี้มหาเสนาบดีหลินทุ่มเงินทองและแรงกายแรงใจไปไม่น้อย บรรดาแขกเหรื่อล้วนมีท่าทีสนอกสนใจ
เมื่องานเลี้ยงค่ำเริ่มขึ้น คณะละครเริ่มการแสดงตรงเวลา ชายหญิงขับร้องและร่ายรำอยู่บนเวที พวกเขาแต่งหน้าประทินโฉมอย่างงดงามและประณีต การแต่งหน้านั้นเข้มกระทั่งมองไม่เห็นรูปโฉมเดิมแต่กลับส่งผลให้การแสดงงิ้วซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเพิ่มสีสันและความลึกลับน่าค้นหายิ่งขึ้นไปอีก
หลินชิงเวยเห็นแขกเหรื่อที่อยู่ด้านล่างเวทีโดยส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุรุษล้วนถูกละครบนเวทีดึงดูดความสนใจ แม้นางจะไม่เข้าใจถึงความรักลึกซึ้งของคนในยุคส