มัยโบราณ แต่นางกล้ารับรองว่าสิ่งที่เหล่าบุรุษทั้งหลายต่างพากันชื่นชมนั้นก็เป็นเพียงแค่เสียงขับร้องและรูปร่าง รูปโฉมของบุรุษและสตรีบนเวทีเหล่านี้
คนร่วมโต๊ะยังคงเป็นคนเดิมเมื่อร่วมโต๊ะยามกลางวัน เพียงแต่ตำแหน่งเปลี่ยนไป หลินชิงเวยนั่งตำแหน่งข้างกายมหาเสนาบดีหลิน หลินเสวี่ยหรงและจ้าวซื่อถูกจัดให้นั่งถัดออกไปอีกด้านหนึ่ง
เดิมทีหลินชิงเวยไม่อยากจะนั่งในตำแหน่งนั้น แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นสายตาเคียดแค้นชิงชังของหลินเสวี่ยหรง นางจึงนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ
คาดว่าสองแม่ลูกคงมีความคิดที่จะดื่มเลือดกินเนื้อนางแล้วกระมัง จ้าวซื่อไม่เอ่ยวาจาแม้แต่ประโยคเดียว สีหน้าท่าทางดูอิดโรยผิดจากปกติผนวกกับเมื่อยามบ่ายนางตกลงไปในน้ำอีก สีหน้าจึงยังคงซีดขาว กระบอกตาทั้งแดงและบวมเป่งชัดเจนยิ่งนักว่าผ่านการร่ำไห้มา
หลินชิงเวยนั่งติดกับจ้าวซื่อ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “จ้าวฮูหยินสุขภาพดีขึ้นบ้างแล้วหรือไม่?”
จ้าวซื่อเงยหน้าขึ้นมองหลินชิงเวยด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงที่เอ่ยวาจาออกมานั้นทั้งใหญ่และแหบแห้ง “ข้าดียิ่ง ไม่ต้องให้เจาอี๋เหนียงเหนียงเป็นกังวล”
หลินชิงเวยฝังเข็มปิดจุดใบ้นางเพียงแค่หนึ่งชั่วยาม หลังจากหนึ่งชั่วยามผ่านไปนางก็พูดได้ตามปกติ แต่ดูท่าแล้วไม่สู้เป็นใบ้ไปเลยจะดีกว่า
มหาเสนาบดีหลินกล่าวตำหนิอย่างไม่พอใจ “พูดจากับชิงเวยอย่างไรกัน?”
หลินชิงเวยกำลังกินอาหารอยู่ จึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านพ่อไม่ต้องถือสาเรื่อง